โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ปีงบประมาณ 2568
-
นางปฐมาพรพิทักษ์
-
นางมณธีร์ จิตจินดา
-
นางพัชรี เตี้ยนวล
-
นางสาวน้ำทิพย์ช่วยเทศ
-
นางปฐมาพรพิทักษ์
-
นางมณธีร์ จิตจินดา
-
นางพัชรี เตี้ยนวล
-
นางสาวน้ำทิพย์ช่วยเทศ
-
นางปฐมาพรพิทักษ์
-
นางมณธีร์ จิตจินดา
-
นางพัชรี เตี้ยนวล
-
นางสาวน้ำทิพย์ช่วยเทศ
-
นางปฐมาพรพิทักษ์
-
นางมณธีร์ จิตจินดา
-
นางพัชรี เตี้ยนวล
-
นางสาวน้ำทิพย์ช่วยเทศ
ปัญหาสุขภาพที่สำคัญในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมคืออันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพีขอย่างแพร่หลายเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกร ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการใช้สารเคมีฯที่ไม่ถูกต้องปลอดภัยทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลันและเรือรังอาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรือรังสารเคมีกำจัดศัตรพืชจะสะสมในระบบต่างๆของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติและโรคต่างๆสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กัสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้ขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมาเช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ ๘๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนาปลูกพืชผักผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตศัตศัตรพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่า เกษตรกร ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับกับด้านสุขภาพโดยตรง และจากการายงามอัตราป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ของอำเภอระโนด ปี 2567 พบว่า อัตราป่วยตำบลตะเครียะ เท่ากับ 312.50ต่อแสนประชากร สูงเป็นอันดับ 2 ของอำเภอระโนดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรและผู้บริโภค จึงได้จัดทำโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดดภัยขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและผู้บริโภค ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือด เพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสารเคมี ตกค้างในเลือดร้อยละ 80
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรุ้ในการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ร้อยะล 80
-
เพื่อให้ประชากลุ่มเสี่ยงที่มีผลเลือดระดับมีความเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัย ได้รับการจ่ายยาสมุนไพรรางจืด0.00
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีผลเลือด ระดับมีความเสี่ยงรือไม่ปลอดภัย ได้รับการการจ่ายยาสมุนไพรรางจืด ร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดอบรมให้ความรู้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่ใช้สารเคมีและผู้บริโภค 2. ทดสอบความรู้ก่อนและหลังอบรม จำนวน 50 คน 3. เจาะเลือดตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
- ค่าป้ายประชาสัมพันธื จำนวน 5 ป้าย ป้ายละ 500 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
2.คู่มือ จำนวน 80*60 บาท (แฟ้ม เอกสาร สมุด ปากกา) เป็นเงิน 4800 บาท - อาหารกลางวัน 1 มื้อ*60 บาท * 80 คน เป็นเงิน 4800 บาท
- อาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ30 บาท 80 คน เป็นเงิน 4800 บาท
- ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600บาท จำนวน 5 ชัวโมงเป็นเงิน 3000 บาท (สำนักงานสาธารณสุขอำเภอระโนด สนับสนุนชุดทดสอบ )
1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 256819900.00 บาท - ค่าป้ายประชาสัมพันธื จำนวน 5 ป้าย ป้ายละ 500 บาท เป็นเงิน 2500 บาท
ทุกรายบการสามารถถัวกันได้
- เกษตรมีพฤติกรรมการป้องกันการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย
- ชุมชนมีการลดใช้สารเคมีในการเพาะปลูก
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและผู้บริโภค ได้รับการตจรวจสุขภาพ
