โครงการสูงวัยสุขภาพดี ชีวีมีสุข ปีงบประมาณ 2568
-
นางสาวอาภรณ์ ไพศาล
-
นางเสาวณีย์ ห้องชุ
-
นางอำนวย เซ่งเอียง
-
นายวินัยชูเปีย
-
นายประมวญช่วยแท่น
-
นางสาลี ชูบัวทอง
ผู้สูงอายุถือว่าเป็นปูชนียบุคคลของสังคมที่มีคุณค่ายิ่ง เนื่องจากผ่านประสบการณ์มามาก เป็นกำลังสำคัญของสังคมมาก่อน มีทักษะ อนุรักษ์ และสืบทอด ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิตตั้งเดิม และได้ทำคุณประโยชน์แก่ สังคมมาแล้วมากมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่คนรุ่นหลังจะต้องให้ความสำคัญ ในการยกย่องให้การดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพจิต สุขภาพกายเป็นการเชิดชูเกียรติให้ผู้สูงอายุ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข เนื่องจากจำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเช่นนี้ เนื่องมาจากการพัฒนาด้านสาธารณสุขและทางการแพทย์ ทำให้อัตราการตายลดลง ผู้สูงอายุจึงมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่ผู้สูงอายุก็ยังได้รับผลกระทบจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย รวมทั้งผลของโรคเรื้อรังหรืออุบัติเหตุจึงนำไปสู่ความถดถอยของร่างกาย เกิดภาวะพึ่งพา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือตนเองได้น้อย หรืออาจมีอาการสมองเสื่อม ทำให้ต้องอาศัยพึ่งพาเป็นภาระแก่ผู้ดูแล เกิดภาวะทุพพลภาพในที่สุด สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุขผู้สูงอายุจึงควรให้ความสนใจดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงมีคุณภาพชีวิตที่ดี ป้องกันการเกิดโรคต่างๆๆ รวมทั้งฟื้นฟูสุขภาพเมื่อมีภาวะของโรค และควบคุมให้ภาวะของโรคเหล่านั้นมีอาการคงที่ ไม่กำเริบรุนแรงหรือเสื่อมถอยมากกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ผู้สูสูงอายุมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าสามารถทำประโยชนให้แก่สังคม และมีความสุขในนั้นปลายของ ปัจจุบันสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นที่ผู้สูงอายุจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของตน ให้เป็นผู้สูงอายุที่ทันต่อเหตุการณ์ ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถพึงพาตนเองและช่วยเหลือสังคมได้ การรวมกลุ่มผู้สูงอายุ ในรูปแบบของชมรมเป็นแนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพื่อให้สมาชิกได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และชุมชนท้องถิ่นการสำรวจผู้สูงอายุในเขต ตำบลตะเครียะ ในปีงบประมาณ 2568 พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 929 คน คิดเป็น ร้อยละ 28.85 ของประชากร เป็นผู้สูงอายุติดสังคม จำนวน 859 ราย ติดบ้าน 45 ราย ติดเตียง 25 รายเป็นผู้สูงอายุในส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพกายเช่นการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ อุบัติเหตุ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานโรคสมองและหลอดเลือด ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ ขาดการออกกำลังกาย พฤติกรรมเสี่ยงในการบริโภค และด้านอารมณ์ ให้ร่างกายเจ็บป่วยง่ายการเจ็บป่วยต้านสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์มีความเศร้าใจกังวลใจ น้อยใจ เสียใจ บุตรหลานมักปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยวและการอยู่ร่วมในสังคมของผู้สูงอายุด้วยชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ได้เห็นถึงปัญหาผู้สูงอายุในชุมชน และแนวทางในการแก้ไข มีความประสงค์จะจัดทำโครงการสูงวัยสุขภาพดี ชีวีมีสุข ปิงบประมาณ 2568เพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้สงอายให้มีความรู้ ทักษะ ในการดำเนินชีวิต ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี ต่อไป
-
.เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้0.00
ผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพ สามารถดูแลสุขภาพและช่วยเหลือตนเองได้ ร้อยละ 80
-
.เพื่อให้ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มผู้สูงอายุและการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมผู้สูงอายุ0.00
ผู้สูงอายุได้รับการเยี่ยมบ้าน อย่างน้อยปีละครั้ง ร้อยละ 80
-
เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายชมรมผู้สายุให้เข้มแข็งและมีกิจกรรมอย่างต่อง0.00
ผู้สูงอายุได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชมรมอย่างน้อยเดือนละครั้ง ร้อยละ 70
-
กลุ่มผู้สูงอายุ150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.จัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ จำนวน 150 คน แบ่งเป็น 5 รุ่น ๆละ 30 คน 2. .ตรวจสุขภาพให้กับผู้สูงอายุที่เข้าอบรมทุกคนพร้อมกับประเมินผล 3. ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุ 4. สนับสนุนให้ชมรมผู้สูงอายุจัดกิจกรรมร่วมกันทุกเดือนอย่างต่อเนื่อ
1.ค่าอาหารว่าง 30 บาท 2 มื้อx150 คน เป็นเงิน 9000 บาท 2. ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x150 คนเป็นเงิน 9000 บาท 3. คู่มือดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 150 เล่ม เล่มละ 65 บาท เป็นเงิน 9750 บาท 4. ค่าตอบแทนวิทยากรวันละ 5 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 5 วันเป็นเงิน 15000 บาท รวมเป็นเงิน 42750 บาท
1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 256842750.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีความรู้ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สามารถดูแลตนเองได้
- ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ เกิดการแลกเปลี่ยบนความรู้ในกลุ่มผู้สูงอายุและการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมผู้สูงอายุและครอบครัวอบอุ่น
- เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็งและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
