โครงการ อสม.นักวิทย์อาสาคุ้มครองผู้บริโภค ตำบลตะโละกาโปร์ ปี 2569
-
นางบังอรเนาวบุตร
-
นางยียะห์มะแซ
-
นางนัสรีณีศรีท่าด่าน
-
นางนูรียะห์สามะ
-
นางเจ๊ะฟารีด๊ะพรหมแก้ว
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนมีสารเคมีตกค้างในอาหาร20.00
-
ร้อยละของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตรวจพบสารห้ามใช้ที่ป็นอันตรายต่อผู้บริโภค30.00
ในปัจจุบันสุขภาพของคนในพื้นที่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายชนิด หนึ่งในจำนวนโรคเหล่านั้นนั้นก็เป็นมีโรคมะเร็ง ที่เป็นสาเหตุให้คนเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งสาเหตุเกิดจากอาหารการกินสารเคมีที่ปนเปื้อนมาในอาหารในรูปแบบต่างๆ ทำให้ประชาชนเกิดโรคมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สุขภาพหลายชนิดที่เกิดขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารยา และเครื่องสำอางค์ ที่กลุ่มผู้ผลิตโฆษณาเพื่อดึงดููดความสนใจผู้บริโภคให้มาใช้สินค้า เกิดการแข่งขันทางธุรกิจ กลุ่มผู้ผลิตพยายามหาจุดขายของผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์มีการใช้สารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสม เพราะเป็นอันตรายต่อสุุขภาพของผู้บริโภค เช่น สารไฮโดรควิโนนสารปรอท ซึ่งห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์สารสเตียรอยด์ ห้ามใช้ในยาแผนโบราณ ส่วนใหญ่จะพบในยาลูกกลอน กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้ ใช้สารเคมีเพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ รวมทั้ง ร้านค้าที่นำผลิตภัณฑ์สุขภาพมาขายในร้าน ยังมีการแอบนำผลิตภัณฑ์ ยาที่ห้ามจำหน่ายในร้านชำมาขายให้ประชาชนในชุมชนจำเป็นต้องให้ประชาชนได้รับความรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้โดยผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม. )เป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรม ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงาย จึงได้จัดทำโครงการ อสม. นักวิทย์ คุ้มครองผู้บริโภคขึ้นเพื่อสร้างแกนนำช่วยเฝ้าระวัง ตรวจร้านชำ และให้ความรู้กับประชาชนการเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร ที่ปลอดภัย และรับทราบข้อมูลข่าวสารผลิตภัณฑ์ที่ประกาศห้ามใช้และเพื่อลดการใช้สารเคมีในเกษตรกรและประชาชน
-
เพื่อเสริมสร้างทักษะในการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร/ยาและสารเคมีในเครื่องสำอางให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)70.00
ร้อยละ 70 ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มีความรู้และทักษะในการตรวจสารปนเปื้อนที่ถูกต้อง
-
ร้านค้าในชุมชนและโรงอาหารในโรงเรียน ได้รับการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร/ยาและสารเคมีในเครื่องสำอาง80.00
ร้อยละ80 ของร้านค้าในชุมชนและโรงอาหารในโรงเรียน ได้รับการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร/ยาและสารเคมีในเครื่องสำอาง
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน5
-
กลุ่มวัยทำงาน60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ฝึกทักษะในการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร/ยาและสารเคมีในเครื่องสำอางให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และชี้แจงการดำเนินงาน
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน x 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท -ค่าอาหารว่าง จำนวน 60 คน x 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,600 บาท -ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1.2 x 2.5 เมตร ราคา 750 บาท -ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 600 บาท x 3 ชั่วโมงเป็นเงิน 1,800 บาท -ค่าชุดทดสอบไฮโรควิโนน 1 ชุดๆละ 650 บาทเป็นเงิน 650 บาท
- ค่าชุดทดสอบสเตียรอยด์1 ชุดๆละ 1,300 บาทเป็นเงิน 1,300 บาท -ค่าชุดทดสอบไซบูทรามีน 1 ชุดๆละ 2,350 บาทเป็นเงิน 2,350 บาท -ค่าชุดทดสอบกรดซาลิซิลิค 1 ชุดๆละ 850บาทเป็นเงิน 850 บาท -ค่าชุดทดสอบสารบอแรกซ์ 1 ชุดๆละ 750 บาทเป็นเงิน 750 บาท -ค่าชุดทดสอบสารฟอร์มาลีน 15 ชุดๆละ 180 บาทเป็นเงิน 2,700 บาท -ค่าชุดทดสอบโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ 1 ชุดๆละ 450 บาทเป็นเงิน 450 บาท -ค่าชุดทดสอบเกลือไอโอดีน5 ชุดๆละ140บาทเป็นเงิน 700 บาท -ค่าเครื่องวัดความเค็มในอาหาร 2เครื่องๆละ650บาท เป็นเงิน 1,300 บาท4 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568อสม.มีทักษะในการตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ยา และเครื่องสำอาง
20800.00 บาท -
ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยในร้านค้า/โรงเรียน
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 10 คน x 60 บาท x 5หมู่ x 2วัน เป็นเงิน 6,000 บาท -ค่าอาหารว่าง จำนวน 10 คน x 30 บาท x 2 มื้อ x x 5หมู่ x 2วัน เป็นเงิน 6,000 บาท
1 มิถุนายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568ร้านค้าในชุมชน และโรงอาหารในโรงเรียน ได้รับการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร/ยาและสารเคมีในเครื่องสำอาง
12000.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินงาน และถอดบทเรียน
-ค่าอาหารว่าง จำนวน 60 คน x 30 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1,800 บาท
1 กรกฎาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568สรุปผลการดำเนินงานโครงการ และคืนข้อมูลการตรวจสารปนเปื้อน
1800.00 บาท
1.อสม. มีความรู้และทักษะที่ถูกต้องในการตรวจสารปนเปื้อน 2.ร้านค้าและโรงอาหารในโรงเรียน ปลอดภัยจากสารปนเปื้อนในอาหาร/ยาและสารเคมีในเครื่องสำอาง
