โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย ปี 2568
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
กระทรวงสาธารณสุข ย้ำจุดยืนยุติการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเสต และคลอไพริฟอส กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของประชาชน สารเคมีที่ใช้ไม่ได้เกิดอันตรายเฉพาะตัวเกษตรกรผู้ใช้ที่เกิดจากการสัมผัส แต่ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้บริโภค เพราะสารเคมีจะแพร่ลงในดิน แหล่งน้ำ ผัก-ผลไม้ที่ปลูกจะมีสารเคมีอยู่ภายในเนื้อเยื่อ และมีผลทางการแพทย์ชัดเจนว่าสามารถดูดซึมเข้าไปในร่างกายทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ได้
ตำบลบ้านขาวเป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวน ทำไร่ ทำนาปีทำนาปลัง ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูง จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในเขตตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่จำนวนมาก ซึ่งสารเคมีกำจัดศัตรูพืชบางรายการเป็นสารต้องห้าม ประชาชนยังขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ในการนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขาว ได้เล็งเห็นว่าการจัดอบรมความรู้แก่เกษตรกรในตำบลบ้านขาว จะช่วยส่งเสริมให้ เกษตรกรได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการใช้สารกำจัดศัตรูพืช และมีความรู้ในการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีต้องห้ามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารปนเปื้อนที่ถูกวิธีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขาว จึงได้จัดทำโครงการ โครงการเกษตรกรปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัยปี 2568 ขึ้น
-
เพื่อให้เกษตรกรที่ใช้ยาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด0.00
ร้อยละ 80 ของเกษตรกรและประชาชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ร่วมโครงการได้รับการตรวจสารตกค้างในเลือดและเกษตรกรที่มีระดับสารเคมีระดับเสี่ยง และระดับไม่ปลอดภัยทุกคน ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-
เพื่อให้ความรู้การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารเคมีปนเปื้อนแก่เกษตรกร0.00
ร้อยละ 80 ของเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารเคมีปนเปื้อนแก่เกษตรกร
-
กลุ่มวัยทำงาน60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เจาะเลือดตรวจสารเคมีตกค้างในเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 60 คน
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 30 บาท x 1มื้อ = 1,800 บาท
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ = 600บาท
ค่าวัสดุในการเจาะเลือดเกษตรกร (ชุดทดสอบโคลีนเอสเตอร์เรส,สำลีแอลกอฮอล์,เข็มเจาะ,ถุงมือ) = 4000บาท
รวม= 6,400บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25686400.00 บาท -
อบรมให้ความรู้การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารเคมีปนเปื้อน จำนวน 60 คน
งบประมาณ
ค่าวิทยากร 6 ชม.x 600 บาท = 3,600 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x30บาท x 2มื้อ = 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 60 คน x 50 บาท x 1มื้อ = 3,000 บาท
ค่าวัสดุ(วัสดุสำนักงาน) = 3,000 บาท
รวม = 13,200 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256813200.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้
- เกษตรกร มีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีต้องห้ามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารปนเปื้อนที่ถูกวิธี
- เกษตรกรและประชาชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ร่วมโครงการได้รับการตรวจสารตกค้างในเลือดและเกษตรกรที่มีระดับสารเคมีระดับเสี่ยง และระดับไม่ปลอดภัยทุกคนได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
