โครงการอบรมให้ความรู้ การป้องกันและควบคุมโรควัณโรคในชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาทอน ปีงบประมาณ 2569
-
นางหทัยกาญจน์ สันมาหมีน
-
นางสาวสุมาลิน แคสนั่น
สถานการณ์วัณโรคทั่วโลกจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2567 พบว่าวัณโรคยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่อันตราย มีผู้ป่วยกว่า 10.8 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคประมาณ 1.3 ล้านราย โดยในปี 2568 สถานการณ์ผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทยประมาณการจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 111,000 คน แต่มีการรายงานการขึ้นทะเบียนรักษาเพียง 72,274 คน และเสียชีวิตจากวัณโรค ปีละ 13,700 คน โดยเป็นผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วยเสียชีวิต 2100 คน วัณโรคเป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญของประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมาก อุบัติการณ์ของวัณโรคเคยลดลงอย่างช้า ๆในอดีต แต่ในระยะหลังนี้กลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคเอดส์และการดื้อยา แม้ว่าประเทศไทยนำกลยุทธ์ DOTS มาใช้ในการดำเนินงานควบคุมป้องกันวัณโรค แต่อัตราผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อยังอยู่ และประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ทำให้ปัญหาวัณโรคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในแต่ละปีมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ขึ้นทะเบียนรายใหม่ ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะบวกที่สามารถแพร่เชื้อได้ และมีแนวโน้มของการดื้อยารักษาวัณโรคเพิ่มสูงขึ้น การดำเนินการเร่งรัด การค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีโอกาศเป็นวัณโรครายใหม่ ได้แก่ ผู้สูงอายุประวัติสูบบุหรี่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ต้องขัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่อาศัยร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรค และบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าอัตราการค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ได้เพียง 104 ต่อแสนประชากร ยังน้อยกว่าเกณฑ์ของประเทศ (150 ต่อ แสนประชากร)เป้าหมายร้อยละ 88
สถานการณ์ปัจจุบันของจังหวัดสตูล อัตราป่วยวัณโรคต่อประชากรแสนคน ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 71.58 และจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับมาเป็นซ้ำขึ้นทะเบียนรักษาวัณโรค ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 232 คน เสียชีวิต จำนวน 3 คน สถานการณ์ของอำเภอทุ่งหว้า ปีงบประมาณ 2568 มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ที่ขึ้นทะเบียน จำนวน 19 คน และสถานการณ์วัณโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาทอน ปีงบประมาณ 2566 พบผู้ป่วยจำนวน 2 ราย ปีงบประมาณ 2567 พบผู้ป่วยจำนวน 2 ราย และปีงบประมาณ 2568 พบผู้ป่วยจำนวน 6 ราย ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านนาทอน จำนวน 2 ราย , หมู่ที่ 3 บ้านช่องไทร จำนวน 3 ราย และหมู่ที่ 6 บ้านท่าข้ามควาย จำนวน 1 ราย จะเห็นได้ว่า ปีงบประมาณ 2568 มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่มีเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 และปีงบประมาณ 2567 จำนวน 4 คน สาเหตุสำคัญคาดว่าเกิดจากการแพร่กระจายเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้านที่ยังไม่เข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง และเกิดจากปัญหาการขาดความรู้ในการป้องกันตนเอง จึงทำให้ผู้ป่วยรายใหม่ ยังไม่ถูกค้นพบและเชื้อโรคแพร่กระจายไปในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว
จากสถานการณ์ปัจจุบัน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาทอน ได้ตระหนักเห็นถึงปัญหา จึงได้มีการจัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ ป้องกันและ ควบคุมโรควัณโรคในชุมชน แก่ อสม.และกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะเป็นผู้ป่วยวัณโรค ให้มีความรู้ ความเข้าใจ วิธีการป้องกันและควบคุมโรควัณโรค เพื่อที่จะลดปัญหาของการเกิดโรควัณรายใหม่ในชุมชน ดังนั้นการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยงจึงมีความสำคัญและจำเป็นในการลดการแพร่กระจายเชื้อโรค เนื่องจากหากสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้เร็วและได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่ จะทำให้เกิดผลสำเร็จในการรักษาและลดปัญหาการดื้อยาวัณโรคเชิงรุกด้วยการตรวจหาเชื้อวัณโรคและเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อทำให้ผู้ที่มีอาการสงสัยวัณโรคได้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาในระยะเริ่มแรก ซึ่งเป็นกาตัดวงจรการแพร่กระจายและลดอัตราการเสียชีวิตจากการป่วยด้วยวัณโรค
-
เพื่อให้ อสม.ที่เข้ารับการอบรม มีความรู้ในเรื่อง การป้องกันและควบคุมโรควัณโรค
อสม.ที่เข้ารับการอบรม มีความรู้ในเรื่อง การป้องกันและควบคุมโรควัณโรค ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ อสม.ที่เข้ารับการอบรม มีความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานเชิงรุก ทั้งการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในชุมชน การให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อลดอคติ การติดตามเยี่ยมบ้านและการเป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา (DOTs)
อสม.ที่เข้ารับการอบรมมีความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานเชิงรุก ทั้งการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในชุมชน การให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อลดอคติ การติดตามเยี่ยมบ้านและการเป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา (DOTs) ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรค ได้มีความรู้ ความเข้าใจ การป้องกันและควบคุมโรควัณโรคในชุมชน
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรคที่ผ่านการอบรม ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรควัณโรคในชุมชน ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรค ได้รับการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง โดยการตรวจ X-Ray
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรคได้รับการตรวจ X-Ray ≥ ร้อยละ 96
-
เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ให้พบโดยเร็วที่สุดและนำเข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐาน เพื่อรักษาให้หายขาด ลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นและคนใกล้ชิดในชุมชน
ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่จากการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงได้รับการรักษาร้อยละ 100
-
อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านาทอน63
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรค ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านนาทอนตำบลนาทอน หมู่ที่ 1,2,3,6,760
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงโครงการแก่ จนท.และอสม.1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569บาท
-
ประชาสัมพันธ์โครงการในพื้นที่ ม.1, ม.2, ม.3, ม.6 และ ม.7 ตำบลนาทอน1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2569บาท
-
สำรวจและคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรค1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569บาท
-
กิจกรรมกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง
- จัดอบรมให้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานเชิงรุก ทั้งการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในชุมชน การใช้แบบคัดกรอง การให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อลดอคติ การติดตามเยี่ยมบ้านและการเป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา (DOTs) ให้แก่ อสม. จำนวน 63 คน
- แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ: การเป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา (DOTs) และการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยวัณโรค ให้แก่ อสม. จำนวน 63 คน
- จัดอบรมให้ความรู้ การป้องกันและควบคุมโรควัณโรคในชุมชน แก่ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรค จำนวน 60 คน
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256916580 บาท - จัดอบรมให้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานเชิงรุก ทั้งการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในชุมชน การใช้แบบคัดกรอง การให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อลดอคติ การติดตามเยี่ยมบ้านและการเป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา (DOTs) ให้แก่ อสม. จำนวน 63 คน
-
ติดตามเยี่ยมบ้านและกำกับการกินยาต่อหน้า(DOTs)โดย อสม.ถึงบาท
-
สรุปและรวบรวมผลการดำเนินงาน1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569บาท
-
สำรวจและคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรคถึงบาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 63 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,575 บาท
- ค่าเอกสารในการคัดกรองและใบความรู้จำนวน 300 ชุดๆละ 3 บาท เป็นเงิน 900 บาท
- ค่าวิทยากรในการอบรม จำนวน 3 ชม.ๆละ 300 บาท เป็นเงิน 900 บาท
- ค่าวัสดุในการอบรม 63 คนๆละ 35 บาทเป็นเงิน 2,205 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าวิทยากรในการอบรม จำนวน 4 ชม.ๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าวัสดุในการอบรม 60 คนๆละ 35 บาทเป็นเงิน 2,100 บาท
- ค่าป้ายโครงการ เป็นเงิน 500 บาท
1.อสม.ที่เข้ารับการอบรม มีความรู้ในเรื่อง การป้องกันและควบคุมโรควัณโรค ร้อยละ 100 2.อสม.ที่เข้ารับการอบรมมีความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานเชิงรุก ทั้งการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในชุมชน การให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อลดอคติ การติดตามเยี่ยมบ้านและการเป็นพี่เลี้ยงกำกับการกินยา (DOTs) ร้อยละ 100 3.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรคที่ผ่านการอบรม ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรควัณโรคในชุมชน ร้อยละ 100 4.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสจะป่วยเป็นโรควัณโรคได้รับการตรวจ X-Ray ≥ ร้อยละ 96 5.ผู้ป่วยวัณโรครายใหม่จากการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงได้รับการรักษาร้อยละ 100
