โครงการเกมส์สุขภาพสร้างสุข (Healthy Games, Happy Kids)
-
1.นายอนุวา กาปง
-
นายอนุวา กาปง
-
นางสาวอัสณี อาแด
-
นายยุมดี จิใจ
-
นางสาวสาวดะห์ เจ๊ะมะ
-
นางมาดีฮะห์ ยูนุ
-
ปัจจุบันนักเรียนมีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้นักเรียนใช้เวลาไปกับหน้าจอเป็นเวลานาน จนเกิดปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภาวะดังกล่าวเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายด้าน ทั้งน้ำหนักเกิน กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง การทรงตัวไม่ดี รวมถึงความอ่อนล้าทางสายตา อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่น ความเคร
-
-
นักเรียนไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ
ปัจจุบันนักเรียนมีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้นักเรียนใช้เวลาไปกับหน้าจอเป็นเวลานาน จนเกิดปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภาวะดังกล่าวเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายด้าน ทั้งน้ำหนักเกิน กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง การทรงตัวไม่ดี รวมถึงความอ่อนล้าทางสายตา อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่น ความเครียดง่าย ไม่มีสมาธิ และการขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงจำเป็นต้องออกแบบกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนลุกขึ้นมาขยับร่างกายในรูปแบบที่สนุก ท้าทาย และเข้าถึงง่าย “โครงการเกมส์สุขภาพสร้างสุข” จึงเป็นกิจกรรมที่นำเกมส์และฐานการเล่นต่าง ๆ มาใช้เป็นสื่อในการส่งเสริมสุขภาพ โดยผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับความสนุกสนาน เพื่อช่วยให้นักเรียนอยากมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกถูกบังคับ และเกิดทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพตนเอง นอกจากนี้ การทำกิจกรรมในลักษณะฐานเกมส์ยังช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และความมีน้ำใจนักกีฬา โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อน และสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุขภายในโรงเรียน จนนำไปสู่ความยั่งยืนในการส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจในระยะยาว
-
เพื่อส่งเสริมสุขภาพร่างกายของนักเรียนด้วยกิจกรรมเกมส์และการเคลื่อนไหว1
-
เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความมีน้ำใจนักกีฬา1
-
เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขในการเรียนรู้ด้านสุขภาพ1
-
เพื่อปลูกฝังนิสัยการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องให้กับนักเรียน1
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน80
- จัดกิจกรรมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อภาคเรียน (ภายในช่วงโปรแกรมนี้จัดกิจกรรมรวม 4 ครั้ง)
- นักเรียนมีคะแนนการประเมินความรู้/ทักษะด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% จากแบบประเมินก่อน–หลัง
- ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมไม่น้อยกว่า 80%
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการนี้มีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน โดยมีการวางแผนและดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นระบบในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของโครงการ จะดำเนินการประชุมวางแผนเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการดำเนินงานในสัปดาห์ที่ 1 จากนั้นในสัปดาห์ที่ 2 จะเป็นการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงการออกแบบเครื่องมือสำหรับใช้ในการประเมินผลโครงการ ต่อมาในสัปดาห์ที่ 3 จะดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการและยืนยันรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม และในสัปดาห์ที่ 4 จะเริ่มดำเนินกิจกรรมครั้งที่ 1 โดยเป็นการแนะนำโครงการและเก็บข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วม สำหรับเดือนสิงหาคม จะเป็นช่วงของการดำเนินกิจกรรมหลัก โดยในสัปดาห์ที่ 1 ถึงสัปดาห์ที่ 3 จะจัดกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของผู้เข้าร่วม และในสัปดาห์ที่ 4 จะมีการติดตามผลการดำเนินงานในเบื้องต้น พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่พบ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงสรุปผลของโครงการ จะดำเนินกิจกรรมครั้งที่ 4 ในสัปดาห์ที่ 1 และ 2 โดยเป็นกิจกรรมสรุปและการแข่งขันย่อยเพื่อสร้างแรงจูงใจ จากนั้นในสัปดาห์ที่ 3 จะดำเนินการประเมินผลหลังการเข้าร่วมโครงการ ทั้งในรูปแบบแบบทดสอบและแบบสอบถาม และสุดท้ายในสัปดาห์ที่ 4 จะสรุปผลการดำเนินงานและจัดทำรายงานเสนอผู้บริหาร1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569
นักเรียนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ
15000 บาท
การดำเนินโครงการนี้ใช้รูปแบบกิจกรรมฐานการเรียนรู้แบบหมุนเวียน (Station-Based Activities) โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 8–10 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละฐานอย่างทั่วถึง ซึ่งรูปแบบดังกล่าวช่วยส่งเสริมทั้งสมรรถภาพทางกาย ทักษะการเคลื่อนไหว และการทำงานร่วมกันเป็นทีม
กิจกรรมประกอบด้วยทั้งหมด 5 ฐาน ได้แก่ ฐานเตรียมร่างกาย ฐานส่งลูกบอล ฐานความคล่องตัว ฐานเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และฐานความรู้ด้านสุขภาพ โดยในฐานเตรียมร่างกาย ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกการวอร์มอัพและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการออกกำลังกาย ในฐานส่งลูกบอล จะเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมือและตา ผ่านกิจกรรมการส่งลูกบอลอย่างต่อเนื่อง
ส่วนฐานความคล่องตัว จะเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาความว่องไวและความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางของร่างกาย ขณะที่ฐานเสริมสร้างกล้ามเนื้อจะเน้นการฝึกท่าบอดี้เวท เช่น Squat, Jumping Jack และ Plank โดยกำหนดเป็นช่วงเวลาเพื่อเพิ่มความท้าทาย และในฐานความรู้ด้านสุขภาพ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโภชนาการ การพักผ่อน และการออกกำลังกายที่เหมาะสม ควบคู่กับการปฏิบัติท่าทางประกอบ
การจัดกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์ตรง สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน
- ลูกบอลยางขนาดเล็ก จำนวน 10 ลูก เป็นเงิน 1,200 บาท
- กรวยสัญลักษณ์ จำนวน 20 ชิ้น เป็นเงิน 600 บาท
- เชือกฝึกความคล่องตัว/ฮูลาโฮป จำนวน 10 เส้น เป็นเงิน 800 บาท
- เสื่อโยคะ/แผ่นรอง จำนวน 10 ผืน เป็นเงิน 1,500 บาท
- การ์ดคำถาม/สื่อการสอน จำนวน 5 ชุด เป็นเงิน 1,000 บาท
- สติกเกอร์ ปากกา กระดาษ และวัสดุอื่น ๆ เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม (80 คน) เป็นเงิน 5,000 บาท
- ค่าตกแต่งสถานที่/ป้ายโครงการ/พิมพ์เอกสาร เป็นเงิน 700 บาท
- ค่าจัดทำรายงานและงบสำรองฉุกเฉิน เป็นเงิน 1,200 บาท
10.ค่าวิทยากร เป็นเงิน 2,500 บาท
จากการดำเนินโครงการนี้ คาดว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมสุขภาพของผู้เข้าร่วม โดยผู้เรียนจะมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น ทั้งด้านความแข็งแรง ความคล่องตัว และความทนทานของร่างกาย อันเป็นผลมาจากการเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและหลากหลายรูปแบบนอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ทั้งด้านโภชนาการ การพักผ่อน และการออกกำลังกาย สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่ดีขึ้น ในด้านสังคม ผู้เรียนจะมีทักษะการทำงานเป็นทีม การมีน้ำใจนักกีฬา และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น ผ่านกิจกรรมฐานที่เน้นการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกาย ทำให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุด โครงการนี้จะส่งผลให้สถานศึกษามีรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่เป็นระบบและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของผู้เรียนอย่างยั่งยืน
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.pdf) @31 มี.ค. 2569 | อนุวา กาปง |
