โครงการเสริมพลัง ปรับเปลี่ยน ป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
จากสภาพสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเปลี่ยนจากเดิม ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การบริโภคอาหาร การดูแลสุขภาพตนเอง อันจะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายเสื่อมโทรมลงและมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเรื้อรัง Metabolic ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะทนทุกข์ทรมาน และทำให้เกิดความสูญเสียทั้งทรัพย์สิน และชีวิต จากข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ปี ๒๕61 พบว่าในพื้นที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยเรืออำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง มีผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด จำนวน 95 คน ได้รับการตรวจ HbA1C และมีค่า HbA1C อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้คือ น้อยกว่า 7% จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 41.05 และมีระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้(>70< 130mg/dl) 2 ครั้งติดต่อกัน จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ53.68 โดยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมารับบริการที่คลินิกโรคเรื้อรัง จำนวน 34 คนพบว่าควบคุมระดับน้ำตาลสะสม ( HbA1C ) ไม่ได้ คือ มีค่า HbA1C มากกว่า 7% จำนวน 12 คนคิดเป็นร้อยละ 33.33 และควบคุมระดับน้ำตาลสะสม ( HbA1C ) ได้ คือมีค่าHbA1C น้อยกว่ากว่า 7% จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด จำนวน 146คน ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 22.60 และสืบเนื่องจากนโยบายหลักประกันสุขภาพ มีเป้าหมายสำคัญ คือ สร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนและลดปัญหาค่าใช้จ่ายสุขภาพในระยะยาว โดยใช้กระบวนการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยเรือจึงได้จัดทำโครงการเสริมพลังปรับเปลี่ยนป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน ปี 2561 เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความตระหนัก เพิ่มศักยภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสม ส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง สุขภาพจิตดี เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่จะเกิดขึ้นต่อ
-
1 เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่ถูกต้องเหมาะสม0.00
ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่ถูกต้องเหมาะสมเพิ่มขึ้น
-
2. เพื่อลดอัตราการป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง0.00
อัตราการป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
งบประมาณ -ค่าวงล้อปิงปองจราจร 7 สี1 ชุด เป็นเงิน 1,000 บาท -ค่ากราฟแม่เหล็กเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นเงิน 1,000 บาท -ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ1 ป้าย เป็นเงิน 600 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ผู้ป่วย จำนวน 80 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,000 บาท -ค่าอาหารกลางวันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ผู้ป่วย จำนวน 80 คนๆละ 80 บาท เป็นเงิน 6,400 บาท -ค่าวัสดุในการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นเงิน 400 บาท
ถึง14000.00 บาท -
2.จัดกิจกรรมตรวจหาภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
งบประมาณ -ค่าชุดสอนการดูแลเท้า (กะละมัง ผ้าขนหนูผืนกลาง โลชั่น สบู่) 45 ชุดละ 80บาท = 3,600 บาท
ถึง3600.00 บาท -
3.จัดกิจกรรมติดตามเยี่ยมบ้านโดยทีมเยี่ยมบ้านชุมชน และหมอครอบครัว
งบประมาณ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยจำนวน 80 คน คนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยจำนวน 80 คน คนละ 80 บาท เป็นเงิน 6,400 บาท -ค่าวัสดุในการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็น 1,200 บาทถึง11600.00 บาท
๑. ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีความรู้ ความเข้าใจและเกิดความตระหนักในการดูแลตนเอง ๒. ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ หรือมีค่า HbA1C ลดลง ๓. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่เข้าร่วมโครงการมีค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ ( ความดันโลหิต < 140/90 มม.ปรอท) ๔. สามารถป้องกัน/ลดการเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่มาร่วมกิจกรรม
