โครงการพัฒนาการสุขาภิบาลอาหารและส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัยในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ
ปัจจุบันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้วิถีชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงจากการบริโภคอาหารที่ประกอบปรุงเพื่อรับประทานเองที่บ้าน เปลี่ยนเป็นการบริโภคนอกบ้านมากขึ้น ประชาชนจึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดจากผู้จำหน่ายอาหารที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการจำหน่ายอาหาร ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคและสารพิษลงสู่อาหารได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กนักเรียน ซึ่งไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเลือกบริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัยและยังไม่ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของตัวเอง อีกทั้งยังมีความจำเป็นต้องบริโภคอาหารที่มีราคาถูก อร่อย และรวดเร็ว ฉะนั้น นักเรียนจึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดปลอดภัยเนื่องจากการปนเปื้อนเชื้อโรคและสารพิษลงในอาหารได้
ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์อัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงในเขตเทศบาลนครยะลา ปีพ.ศ.2559-2560 พบว่ามีอัตราป่วย 505.52 และ 501.3 ต่อแสนประชากร ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังจัดอยู่ในอันดับ 1 ของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (ศูนย์ข้อมูลเฝ้าระวังโรคโรงพยาบาลศูนย์ยะลา) ประกอบกับข้อมูลจำนวนนักเรียนที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงของฝ่ายการพยาบาลโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ในปีงบประมาณ 2560 พบว่ามีนักเรียนที่ป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง จำนวนทั้งสิ้น 150 คน เป็นนักเรียนชาย จำนวน 50 คน และนักเรียนหญิง จำนวน 100 คน และโรงเรียนมีร้านจำหน่ายอาหารจำนวน 10 ร้าน จัดจำหน่ายอาหารให้แก่นักเรียนจำนวน 6,130 คน และบุคลากรจำนวน 500 คน โดยผู้จำหน่ายอาหารทั้ง 10 ร้าน ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการจำหน่ายอาหารที่สะอาดปลอดภัย เนื่องจากผู้จำหน่ายอาหารหลายรายยังปฏิบัติตนไม่ถูกต้องในระหว่างการเตรียมประกอบปรุงอาหารเพื่อจำหน่ายให้กับนักเรียน อีกทั้งนักเรียนก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเลือกบริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย
ดังนั้น ทางโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการสุขาภิบาลอาหารและส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัยในโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ โดยการจัดกิจกรรมฝึกอบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารแก่ผู้จำหน่ายอาหารในโรงเรียน ครูฝ่ายวิชาการสามัญ และแกนนำนักเรียน เพื่อนำความรู้ความเข้าใจไปพัฒนาการจำหน่ายอาหารและถ่ายทอดสู่การเรียนการสอนไปยังนักเรียนได้อย่างถูกต้องและครอบคลุมทั้งโรงเรียน ท้ายที่สุดก็จะส่งผลถึงนักเรียนได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัยจากร้านจำหน่ายอาหารในโรงเรียนที่ได้มาตรฐานและรู้จักเลือกบริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัยต่อไป
-
เพื่อให้ผู้จำหน่ายอาหารในโรงเรียน ครูวิชาการ สามัญและแกนนำนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการสุขาภิบาลอาหาร80.00
ผู้เข้ารับการอบรมครบร้อยละ 100 (จำนวน 162 คน)
ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้จำหน่ายอาหารในโรงเรียนสามารถพัฒนาร้านจำหน่ายอาหารให้ได้มาตรฐาน100.00
- ผู้จำหน่ายอาหารมีการพัฒนาร้านผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 100
-
ครูวิชาการสามัญสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดแก่นักเรียนผ่านรายวิชาการเรียนการสอนได้100.00
- ครูวิชาการสามัญสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดในหลักสูตรการเรียนการสอนร้อยละ 100
-
ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมผ่านงบสนับสนุนของกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลา85.00
- ร้อยละของผู้เข้ารับอบรมมีความพึงพอใจไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
-
กลุ่มวัยทำงาน62
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกับคณะครูวิชาการสามัญ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดประชุมจำนวน 32 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท
เป็นเงิน 800 บาท
รวมเป็นเงิน 800 บาท
(เงินแปดร้อยบาทถ้วน)
ถึง800.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา 1 วัน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้ารับอบรม
จำนวน 162 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ 30 บาท
เป็นเงิน 9,720 บาท
ค่าอาหารกลางวันของผู้เข้ารับอบรม จำนวน 162 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 80 บาท
เป็นเงิน 12,960 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท
เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุเครื่องเขียน และอุปกรณ์
เป็นเงิน 4,200 บาท
ค่าถ่ายเอกสารจัดทำคู่มือประกอบการอบรม
จำนวน 162 เล่ม ๆ ละ 60 บาท
เป็นเงิน 9,720 บาท
ค่าสื่อประชาสัมพันธ์ (ไวนิล) หน้าสถานที่อบรมโครงการ จำนวน 1 ป้าย
เป็นเงิน 1,000 บาท
รวมเป็นเงิน 41,200 บาท
(เงินสี่หมื่นหนึ่งพันสองร้อยบาทถ้วน)
ถึง41200.00 บาท
- ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการสุขาภิบาลอาหารและการบริโภคอาหารปลอดภัยเพิ่มขึ้น
- ผู้เข้ารับการอบรมมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจำหน่ายอาหารและบริโภคอาหารสะอาดปลอดภัย
- ผู้เข้ารับการอบรมมีการถ่ายทอดความรู้สู่นักเรียนในโรงเรียนได้อย่างถูกต้องและครอบคลุมทั้งโรงเรียน
