โครงการใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
-
นายประถมประทุมมณี
-
นายวิมลทองชนะ
-
นางอุทัยเอียดวารี
-
นางสุกัญญาเอียดวารี
-
นางสายพิณจันทองสุข
-
นางผยอมจันทรักษ์
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน19.84
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง48.91
ภัยเงียบของโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ได้คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วย พิการและเสียชีวิต ตลอดจนเป็นภาระด้านงบประมาณในการดูแลสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดัุงจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐ เอกชนและสถานบริการทุกระดับ ตั้งแต่ปฐมภูมิ จนถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ต่างแออัดไปด้วยผู้ป่วยกลุ่มนี้ ส่งผลให้งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สำหรับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามรายหัวประชากรเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเนื่องให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายด้านยา บุคลากร การจัดสถานที่และเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ในขณะที่งบประมาณสของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัด กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงมีมาตรฐานเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรค โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอัมพฤกษ์ - อัมพาต โดยมีการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคในกลุ่มเป้าหมายคือประชากรกลุ่มตัวอย่างอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกคน ด้วยการสัมภาษณ์ โดยใช้แบบสอบถาม การวัดความดันโลหิต การช่างน้ำหนัก วัดความสูง การวัดเส้นรอบพุง เพื่อค้นหาพฤติกรรมเสี่ยง และค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น กลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการตรวจยืนยันความเสี่ยงต่อโรค โดยบุคลากร กองสาธารณสุข เพื่อที่จะมีการดำเนินนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง อันจะส่งผลให้ลดความรุนแรงของโรค ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยระยะยาว พร้อมบันทึกข้อมูลโปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงโรค ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลจะโหนงเพื่อคัดกรองความเสี่ยงต่อภาวะโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ในประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตตำบลจะโหนง เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง และส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เข้าใจหลักการดำเนินชึวิต สามารถนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองและครอบครัวเพื่อลดการเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อน ลดปัญหาค่าใช้จ่ายที่ต้องเป็นภาระตลอดไป และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน2871.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน19.84
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง2871.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง 48.91
-
เพื่อให้ประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครอบครัวอื่น ๆ2871.00
ทำให้ครอบครัวใกล้เคียงได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเป็นโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง2871
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ/คัดกรอง
- จัดซื้อเครื่อง่เจาะปลายนิ้วเพื่อหาน้ำตาลในเลือด ราคาเครื่องละ 2,500.- บาท จำนวน 4 เครือง เป็นเงิน10,000.- บาท
- อบรมเชิงปฏิบัติการ ค่าอาหาร จำนวน 129 คน ๆ ละ 70.- บาท เป็นเงิน 9,030.- บาท
- อบรมเชิงปฏิบัติการ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 129 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ25.- บาท เป็นเงิน 6,450.- บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600.- บาท เป็นเงิน 3,600.- บาท
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ ขนาด 1*1.5 เมตร จำนวน 12 ป้าย ๆ ละ 200.- บาท เป็นเงิน 2,400.- บาท
- ค่าเอกสารต่าง ๆจำนวน 2,745.- บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่ีองดื่ม (ในวันที่คัดกรอง) จำนวน 2,871 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 25.- บาท เป็นเงิน 71,775.- บา
ถึงผลผลิต คือ ได้จำนวนผู้เป็นโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง
ผลลัพธ์ ได้ชี้แจงรายละเอียดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดหรือรักษาอาการของโรคแต่ละคนได้106000.00 บาท -
แกนนำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามความสมัครใจ
- อบรมผู้สมัครใจ จำนวน 11 หมู่ ๆ ละ 40 คน จำนวน 440 คน
- ติดตามโดยผ่านกระบวนการ การประชุม/ทบทวนพฤติกรรม ค้นหาปัญหาอุุปสรรคในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในรอบ 1 เดือน 2 เดือน และ 3 เดือน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 440 คน ๆ ละ 3 มื้อ ๆ ละ 25.- บาท เป็นเงิน 33,000.- บาท
- ค่าเอกสารติดตาม/ประเมิน เป็นเงิน 2,200.- บาท
- ค่าเอกสารการประชุม จำนวน 440 ชุด ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 8,800.- บาท
ถึงผลผลิต คือ ได้ลงพื้นที่เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่เป็นโรคแต่ละคนได้อย่างใกล้ชิด
ผลลัพธ์ คือ สามารถลดจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
44000.00 บาท
- ร้อยละ 90 ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ประชาชนกลุ่่มเสี่ยงได้รับการขึ้นทะเบียน และกลุ่มสงสัยจะป่วยหรือเป็นโรคได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษา
- แกนนำสุขภาพในชุมชนมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นจากการประเมินก่อน-หลังการประเมิน
- ชมรมสร้างสุขภาพมีกิจกรรมตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่องทุกปี
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
