โครงการเยาวชนร่วมใจ ป้องภัยยาเสพติด โรคเอดส์และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปี 2562
-
นายอับดุลรอซะ ยะยา
-
นายอัฟวานเปาะซู
-
นายมะเซาฟี แดวอสานุง
-
นางสาวสุพิชญา ต่ายหลี
-
นางสาวอาซือมา อาเซ็งมาแบ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงมีพระดำริให้มีโครงการTO BE NUMBER ONEในสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่าง ๆ ตามพระปณิธาน ทุกคนเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด โดยมีการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา และพัฒนา EQ จนเป็นที่สนใจในกลุ่มเยาวชน ทำให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างมาร่วมกิจกรรมอันเปิดโอกาสให้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ซึ่งทำให้เยาวชนที่มีความสามารถในด้านต่าง ๆ ได้พัฒนาความสามารถในด้านที่ตนถนัดด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั้งทางด้านกีฬา ดนตรี และการช่วยเหลือสังคม ประกอบกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ ในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตชุมชน รวมทั้งพื้นที่ที่มีสถานบริการ และแหล่งมั่วสุม อบายมุขต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต ร้านเกมส์ เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มอายุ6 - 24 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีลักษณะสำคัญ ๓ ประการ คือ มีพัฒนาการทางร่างกาย ด้านจิตใจและมีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือมีสิทธิทางกฎหมายในเรื่องต่างๆวัยรุ่นเป็นวัยอยากรู้ อยากเห็น และอยากทดลอง ต้องการการยอมรับจากเพื่อน จึงเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด การรู้โทษที่ร้ายแรงของสิ่งเสพติด โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การท้องไม่พร้อม เพื่อจะได้รู้จักการหลีกเลี่ยงจากปัญหาดังกล่าว
จากรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติปี พ.ศ. 2559 สำนักงาน ป.ป.ส ได้ประมาณตัวเลขของผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดไว้ที่ 1.2 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรของคนไทยที่มีประมาณ 65 ล้านคน ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.93 พูดได้ว่าในจำนวนประชากรทุกๆ 100 คน จะมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดถึง 3 คน และ จากข้อมูลการเข้าบำบัดรักษาของประชาชนตำบลบาโงยซิแน พบว่า ปี 2555 มีผู้เข้ารับการบำบัด 29 ราย ปี 2556มีผู้เข้ารับการบำบัด 30 ราย ปี 2557มีผู้เข้ารับการบำบัด 1 ราย ปี 2558มีผู้เข้ารับการบำบัด 15 ราย ปี 2559 มีผู้เข้ารับการบำบัด 2 รายและปี 2560 ไม่มีผู้เข้าบำบัด ปี 2561 มีผู้เข้าบำบัด ๖ รายแต่จำเป็นจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้มากขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เยาวชนกลุ่มเสพ ไปมั่วสุมกลับไปมีพฤติกรรมซ้ำ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และกลุ่มเสี่ยง เลิกยุ่งจากยาเสพติด และจากการทำเวทีประชาคม ประชาชนได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะการป้องกันในกลุ่มเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังของชาติในอนาคต
จากการศึกษาภายใต้การสนับสนุนจากองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) เปรียบเทียบข้อมูลปี 2559 กับ 2551 พบสถิติแม่วัยรุ่นไทยอายุต่ำกว่า 20 ปี กลับมีการตั้งท้องสูงถึง 150,000 คน กลายเป็นตัวเลขสูงสุดอันดับ 1 ในเอเชีย
ศ.ดร.ศิริพร จิรวัฒน์กุล ได้ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยสำรวจหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีที่มารับบริการในโรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลศูนย์ใน 7 จังหวัด จำนวน 3,114 พบว่า แม่วัยใสส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 15 ปีมากที่สุดและตั้งครรภ์ที่อายุน้อยที่สุด คือ 12 ปีแม่วัยใสส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุด 12.5%ซึ่งการตั้งครรภ์ส่งผลให้แม่วัยใสต้องพักการเรียน/ไม่ได้เรียน 70.3% ส่วนใหญ่ไม่คุมกำเนิดในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 33.9% ส่วนวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้มากที่สุดคือถุงยางอนามัย 27.4%โดยภาคใต้ใช้ถุงยางอนามัยน้อยที่สุด รองลงมาคือ ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน 18.5%และพบว่าส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจตั้งครรภ์ถึง 70%
ปัญหาโรคเอดส์ในวัยรุ่นก็เป็นอีกปัญหาที่น่าสนใจและน่าเป็นห่วง ราว 60,000 คนของประเทศ ที่กำลังติดเชื้อเอดส์มาจากพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกันและเป็นสาเหตุการตายของวัยรุ่นในลำดับที่ 2 รองจากอุบัติเหตุ การตั้งครรภ์ก่อนวัยควรก็มีอุบัติการณ์มากในวัยรุ่นเช่นกัน
ดังนั้น ชมรม TO BE NUMBER ONEตำบลบาโงยซิแน ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บาโงยซิแน, องค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยซิแน แกนนำชุมชน และชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลบาโงยซิแน ได้ตระหนักถึงอันตรายของปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 6-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นกำลังสำคัญของชุมชนในอนาคต จึงได้ดำเนินการควบคุมและป้องกัน ตามนโยบายและแนวทางของจังหวัดยะลา มาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีปัญหาอยู่มาก ทั้งด้านความจำกัดในทรัพยากร ลักษณะทางภูมิศาสตร์ วิธีการจัดการ การรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นผลให้การปัญหาดังกล่าว ไม่ได้ประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ การแก้ไขต้องกระทำร่วมกัน ในภาพรวมพหุภาคี ทั้งภาครัฐ ประชาชน รวมทั้งภาคเอกชนควบคู่กันไป ที่สำคัญที่สุดให้ประชาชนและเยาวชนในชุมชนมีบทบาทอย่างเต็มที่ ในการป้องกันปัญหาของชุมชนเอง โดยยึดแนวดำเนินการตามโครงการTO BE NUMBER ONE มาเติมเต็มจึงได้จัดทำโครงการเยาวชนร่วมใจ ป้องภัยยาเสพติด โรคเอดส์และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปี 2562 ขึ้น
-
ข้อที่ 1 เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ในเรื่องยาเสพติด และการป้องกันยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์300.000.00
- เยาวชนมีความรู้ในเรื่องยาเสพติด และการป้องกันยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ในระดับดี ร้อยละ 80
-
ข้อที่ 2 เพื่อสนับสนุนเยาวชน ให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ต้านภัยยาเสพติดโดยการสนับสนุนของสังคม2.002.00
เยาวชน จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ต้านภัยยาเสพติด จำนวน 2 กิจกรรม
จัดนิทรรศการในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE และพื้นที่ภาคีเครือข่าย จำนวน 1 ครั้ง
-
ข้อที่ 3 เพื่อให้เยาวชน 10 – 24 ปี ปลอดภัยจากยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์3.003.00
- นักเรียนในโรงเรียนปลอดภัยจากยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ร้อยละ 100
-
ข้อที่ 4 เพื่อสร้างกระแส ค่านิยมและสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจในเยาวชน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์2.000.00
๑. เกิดการดำเนินงาน ชมรม TO BE NUMBER ONE ในโรงเรียนประถมศึกษา และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 100
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน2140
-
กลุ่มวัยทำงาน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชน โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เยาวชน และสมาชิก TO BE NUMBER ONE ชุมชนบาโงยซิแน
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เยาวชน และสมาชิก TO BE NUMBER ONE ชุมชนบาโงยซิแน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติ และถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในโรงเรียน และชุมชน
จัดทำเนื้อหาหลักสูตร เน้น ความรู้เรื่องยาเสพติด โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE
ประสานวิทยากร และหากลุ่มเป้าหมายในการอบรม จำนวน 300 คน
จัดเตรียมวัสดุการอบรม และเตรียมสถานที่
ดำเนินการอบรมตามตารางอบรมจำนวน 2 รุ่นๆละ 2 วัน
สรุปผลการอบรม
ค่าใช้จ่าย
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25บาท x 300คน x 4มื้อ เป็นเงิน 30,000 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน 70บาท x 300คน x 2มื้อ เป็นเงิน 42,000 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมง 600บาท x 20ชม. เป็นเงิน 12,000 บาท
-ค่าวัสดุในการอบรมและจัดกิจกรรมเป็นเงิน 20,000 บาท
รวม 104,000 บาทถึง- เยาวชนมีความรู้ในเรื่องยาเสพติด และการป้องกันยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ในระดับดี ร้อยละ 80
- นักเรียนในโรงเรียนปลอดภัยจากยาเสพติด โรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ร้อยละ 100
104000.00 บาท - จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เยาวชน และสมาชิก TO BE NUMBER ONE ชุมชนบาโงยซิแน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติ และถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในโรงเรียน และชุมชน
-
รณรงค์สร้างกระแส เพื่อให้ชุมชนเกิดความตระหนักในพิษภัยยาเสพติด โรคเอดส์และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้
- จัดทำสื่อความรู้ ไวนิล แผ่นพับ โฟมบอร์ด ในเรื่อง การดำเนินกิจกรรมของ ชมรม TO BE NUMBER ONE ยาเสพติด. โรคเอดส์ การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- จัดทำนิทรรศการในศูนย์เพื่อนใจTO BE NUMBER ONEบริเวณชมรม งาน TO BE NUMBER ONEและในภาคีเครือข่าย เพื่อรณรงค์สร้างกระแส ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- การส่งเสริมให้เยาวชนออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงในการไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการเล่นกีฬาฟุตบอลในเยาวชนชายเล่นวอลเล่ยบอลในเยาวชนหญิง และการออกกำลังกายแอรโรบิค
- สนับสนุนกิจกรรม ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาในพื้นที่ และร่วมเป็นเครือข่ายในสถานประกอบการ โรงเรียน และชุมชนใกล้เคียง
- รณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เรื่อง การป้องกันยาเสพติด โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างและสนับสนุนการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ให้รู้จักการป้องกันตนเองให้ถูกวิธี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
- ตัวแทนเยาวชน TO BE NUMBER ONEร่วมกิจกรรมประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ในระดับประเทศ ที่ จ.นนทบุรี เพื่อเป็นชมรม TO BE NUMBER ONEดีเด่นต้นแบบระดับเงิน
ค่าใช้จ่าย
- ค่าจัดทำ สื่อความรู้ไวนิลพร้อมขาตั้ง 2 ชุดๆละ 1,500 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าวัสดุในการจัดนิทรรศการ เป็นเงิน 13,000 บาท
รวม 16,000 บาทถึงเยาวชน จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ต้านภัยยาเสพติด จำนวน 2 กิจกรรม
จัดนิทรรศการในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE หรือ บริเวณชมรม งาน TO BE NUMBER ONE และในภาคีเครือข่าย จำนวน 2 ครั้ง
เกิดการดำเนินงาน ชมรม TO BE NUMBER ONE ในโรงเรียนประถมศึกษา และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 100
16000.00 บาท
- เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการป้องกันปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ การตั้งครรภ์ก่อนวัยควร และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในโรงเรียน และชุมชน
- ผู้นำชุมชนมีศักยภาพในการเป็นแกนนำต้านภัยยาเสพติดโรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในชุมชนได้
- ชุมชนมีความเข้มแข็งและปลอดจากยาเสพติด โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์อย่างยั่งยืน
