พัฒนาศักยภาพทีม SRRT ตำบลและการจัดการโรคติดต่อในพื้นที่
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน11.24
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง23.64
-
ร้อยละของประชากร อายุมากกว่า 35 ปี ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วนลงพุง26.78
-
ร้อยละของประชากร อายุมากกว่า 35 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ(ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน)20.00
-
ร้อยละกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อน22.40
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน11.241.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง23.641.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น CKD CVD ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน22.401.00
ร้อยละกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง540
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง785
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
เพื่อนำกลุ่มเสี่ยงมาเรียนรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ2ส. จำนวน 2 ครั้ง
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50คนๆละ 25บาท จำนวน 4 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 50 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
-ค่าถ่ายเอกสารคู่มือปรับเปลี่ยนสุขภาพสำหรับผู้เข้าอบรม เล่มละ 20 บาท จำนวน 50 เล่ม เป็นเงิน 1,000 บาท
ถึงเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีความรู้และเกิดความตระหนักในด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีทัศนคติที่ดี และนำความรู้ไปใช้กับตนเองได้
11000.00 บาท -
รณรงค์ให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ ตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเบื้องต้นในพื้นที่ โดยอสม.
อสม.ในแต่ละหมู่บ้านดำเนินปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงฯพร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานและจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ นิทรรศการ และตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 300 คนๆละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 7,500 บาท -ค่าไวนิล/อุปกรณ์ในการประชาสัมพันธ์ในแต่ละพื้นที่ จำนวน 7 แผ่นๆละ 500 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
ถึง-เพิ่มสมรรถนะอสม.ในการดูแลกลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่
-มีการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในพื้นที่
11000.00 บาท -
ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรค
นำกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานและผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วนลงพุง เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการออกกำลังกายที่ถูกวิธีและเหมาะสมและร่วมกันออกกำลังกาย ทุกวันพุธ และศุกร์ รวมทั้งการส่งเสริมกิจกรรมทางกายอื่นๆเช่น การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ การเดิน การปั่นจักรยาน เป็นต้น
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 50 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
-ค่าอาหารกลางวันในการจัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 50 คนๆละ 50 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
ถึง-กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานและผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วนลงพุง มีความรู้ในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เหมาะสมและมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ
5000.00 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานในพื้นที่
เป็นกิจกรรมที่ติดตามอย่างต่อเนื่องโดยอสม.ในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานที่ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ถึง-กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
-เพื่อลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานรายใหม่
-เพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลสุขภาพร่วมกัน
0.00 บาท -
โรงเรียนความดันโลหิตสูง/เบาหวานเพื่อการเรียนรู้และลดภาวะแทรกซ้อน
เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตนเองของกลุ่มป่วยแต่ละราย และเรียนรู้การจัดการตนเอง การรับประทานยา การพบแพทย์ตามนัด การตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อให้มีสุขภาพดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน (เป้าหมายทั้งหมด 100 คน แบ่งการอบรมเป็น2 ครั้งๆละ 50 คน) -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 100 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท -ค่าอาหารกลางวัน 100 คนๆละ 50 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
ถึงเพื่อลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วย มีความรู้ ความเข้าใจในการเูแลตนเอง และมีพฤติกรรมการรับประทานยา พบแพทย์ประจำปีอย่างเคร่งครัด และสามารถเป็นแบบอย่างได้
10000.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม 2.อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานในกลุ่มเสี่ยงลดลง 3.กลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมทางกายที่เพียงพอ 4.กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน มีความรู้ด้านการดูแลตนเอง และลดภาวะแทรกซ้อน เช่น CKD CVD ได้
