โครงการรวมพลังชุมชน ชาวห้วยไทรใส่ใจความสะอาด ปราศจากโรคไข้เลือดออก ปีงบประมาณ 2563
-
นางสุวรรณี แซ่หลี
-
นางไมมูน๊ะหลำย๊ะ
-
นางวิภา สงแก้ว
-
นางไมตรี ไชยนวล
-
นางสุภาวดีอ่อนมาก
จากรายงานสรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทย ปี่ 2561 (กรมควบคุมมลพิษ,2561) มีปริมาณขยะมูลฝอยที่่เกิดขึ้นประมาณ 27.8 ล้านตัน เมื่อเทียบปริมาณกับปี 2560 มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.64 เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนเมือง และการปรับเปลี่่ยนวิถีชีวิตจากสังคมเกษตรสู่สังคมเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากร การส่งเสริมการท่องเที่ยว การบริโภคเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณขยะมูลฝอยในหลายพื้นที่เพิ่มมากขึ้นจากการศึกษาบริบทของชุมชนตำบลละงู พบว่ามีการเพิ่มการกระจายตัวของร้านค้า และตลาดสดในทุกหมู่บ้าน ตอบสนองความต้องการการอุปโภค บริโภคของประชาชน ส่งผลให้เกิดปัญหาขยะในชุมชน และที่สำคัญไปกว่านั้น ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกในชุมชน บ้านห้วยไทร หมู่ที่ 10 ตำบลละงู พบผู้ป่วยไข้เลือดออกในปี 2562 จำนวน 17 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1,406 ต่อแสนประชากร (เกณฑ์ < 50 ต่อแสน) สถานการณ์ป่วยเกินค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี (Median = 9) เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมพบว่า มีการกระจายของเศษขยะ แก้ว ถุงพลาสติก ถังพลาสติกที่มีน้ำขังและลูกน้ำยุงตามบ้านเรือน ศาลาประชาคม มัสยิด และเส้นทางสาธารณะในหมู่บ้านและถนนสัญจรสายหลัก เมื่อพิจารณาตามปัจจัยบุคคลพบว่าประชาชนมีความรู้ควาสามารถเข้าถึงข่าวสารสาธรณะและสุขภาพ แต่ยังขาดควมตระหนัก และมีพฤติกรรมสุขวิทยาไม่ถูกต้อง เมื่อพิจารณาตามปัจจัยด้านเชื้อโรคการเกิดโรค พบว่า การเคลื่อนย้ายของประชากรไปยังพื้นที่่ทีมีการป่วยส่งผลให้ติดต่อคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยใช้งบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลละงู ปีงบประมาณ 2562 ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านห้วยไทร ประสบความสำเร็จด้าน 1)การจัดระบบรายงานค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายผ่านระบบออนไลน์เพื่อควบคุมปริมาณยุงที่มีเชื้อ 2)สร้างการมีส่วนร่วมการเก็บขยะในรูปแบบ Big Cleaning Day 3)การบริหารจัดการวัสดุ เคมีภัณฑ์การกำจัดยุง ความทันเวลาในการควบคุมโรค แต่ยังขาดความเชื่อมโยงความร่วมมือและการแสดงพลังของชุมชน ผู้นำชุมชน ในการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ จากความสำคัญดังกล่าวอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านห้วยไทร จึงได้จัดโครงการรวมพลังชุมชนชาวห้วยไทร ใส่ใจความสะอาด ปราศจากโรคไข้เลือดออก ปีงบประมาณ 2563 เพื่อส่งเสริมการรวมพลังภาคีเครือข่าย สร้างจิตสำนึก จิตอาสาในการกำจัด คัดแยกขยะอย่างถูกต้อง ไม่เป็แหล่งรังโรคและอัตราป่วยไข้เลือดออกลดลงและพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้มีความสะอาด สร้างสรรค์สังคมสุขภาวะที่ดี และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การจัดระบบสุขภาพอำเภอละงู คนละงูรักสะอาดปราศจากโรคต่อไป
-
เพื่อให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติในการคัดแยกขยะและป้องกันโรคไข้เลือดออก0.00
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้หลังอบรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
-
เพื่อลดปริมาณขยะ แหล่งเพาะพันธ์ยุงลายในหมู่บ้าน0.00
-จัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ปีละ 4 ครั้ง
-ระบบรายงานคัดแยกขยะและสำรวจลูกน้ำยุงลายประจำเดือน
-
เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในหมู่บ้าน0.00
อัตราป่วยน้อยกว่าปี 2562
-
กลุ่มวัยทำงาน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน/เครือข่าย
๑. ประชุมคณะทำงาน/เครือข่าย
จัดทำแผนขับเคลื่อนการดำเนินงาน
พัฒนาระบบรายงาน HICI, การกำจัดขยะ
ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.x ๓๐ คน = ๑,๕๐๐ บ.
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บ.x ๒ มื้อ x ๓๐ คน = ๑,๕๐๐ บ.
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
๕๐๐ บาท x ๒ แผ่น = ๑,๐๐๐ บ.
รวมเงิน ๔,๐๐๐ บาท
ถึง4000.00 บาท -
อบรมให้ความรู้การจัดการขยะ โรคไข้เลือดออก
อบรมให้ความรู้การจัดการขยะ,โรคไข้เลือดออก
1.1 กิจกรรมย่อย
บรรยายให้ความรู้โดยวิทยากรทางสาธารณสุข
ค่าวิทยากร ๓๐๐ บ.x ๓ ชม.x ๒ ครั้ง = ๑,๘๐๐ บ.
ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.x ๕๐ คน x ๒ ครั้ง = ๕,๐๐๐ บ.
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บ.x ๒ มื้อ x ๕๐คน x ๒ ครั้ง= ๕,๐๐๐บ.
รวมเงิน 11,800 บาท
ถึง11800.00 บาท -
พัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน
กิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน 2.1 กิจกรรมย่อย - ประชุมรายงานสถานการณ์โรค ประจำเดือน - รณรงค์การเก็บขยะ / ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย มัสยิด วัด ถนนสาธารณะ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บ.x ๑ มื้อ x 30คน x 4ครั้ง = ๓,๐๐๐บ. ถังขยะแยกสี ๑ ชุด = ๓,๕๐๐ บ. ถุงดำ ๑๒ แพ็คx55บ. = ๖๖๐ บ. รวมเป็นเงิน ๗,๑๖๐ บาทถึง7160.00 บาท
- จำนวนผู้ป่วย ปี 2563 ลดลง
- มีระบบรายงานค่า HI CI และระบบรายงานการคัดแยกขยะออนไลน์
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและมีพฤติกรรมสุขวิทยาที่ถูกต้องในระดับครัวเรือน เด็ก นักเรียนและเยาวชนเกิดจิตสำนึกนิสัยรักสะอาด และปริมาณขยะในชุมชนลดลง
- ความสามัคคีในชุมชนเอื้อต่อการพัฒนาระบบสุขภาพด้านอื่นๆ
