โครงการคัดกรองความเสี่ยงจากการทำงานแรงงานนอกระบบในกลุ่มเกษตรกรสวนยางพารา หมู่ที่ 5 บ้านนาแค
-
นางจิราภรณ์ พรหมเมศว์
-
นางสาวอรศิริ พรหมเมศร์
-
นางสาววรพรรณ รักนุ้ย
-
นางปราณี ไชยรักษ์
-
นางสาวอาริสา บัวผัน
-
จำนวนอาสาสมัครแรงงานในพื้นที่ (คน)0.00
-
ร้อยละของแรงงานนอกระบบที่เจ็บป่วย จากการประกอบอาชีพ80.00
-
จำนวนมาตราการในการทำงานหรือกำหนดข้อบังคับการใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ป้องกันปัญหาสุขภาพ/โรคจากการทำงาน0.00
ประชากรของหมู่ที่ 5 บ้านนาแค ตำบลคลองขุด ร้อยละ 80 มีอาชีพหลัก คือ การทำสวนยางพารา แรงงานกลุ่มนี้จัดเป็นแรงงานนอกระบบที่มีความเสี่ยงจากการทำงาน เช่น การปวดมือ ปวดข้อมือจากการลับมีดกรีดยางนาน ๆ ซ้ำ ๆ กัน ปวดหลังจากการใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมกับขนาดของหน้ายางที่ต้องกรีด หรือปวดเข่าจากการนั่งยองเป็นเวลานาน นอกจากนี้เกษตรกรสวนยางพาราบางกลุ่มยังใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อกำจัดวัชพืชในร่องสวนยางพาราอีกด้วย ซึ่งความเสี่ยงจากการทำงานเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดกลุ่มอาการประสาทถูกกดในช่องผ่านข้อมือ โรคนิ้วไกปืน เอ็นอักเสบที่ข้อมือ ข้อเข่าเสื่อม หรือเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ สาเหตุหนึ่งของการสัมผัสความเสี่ยงเหล่านี้ คือ การใช้ท่าทางในการทำงาน การจัดสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม การดำเนินมาตรการเชิงรุกในการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการทำงานโดยค้นหาปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน ด้วยการประเมินปัจจัยเสี่ยงด้วยวิธีวิเคราะห์ความเสี่ยงในกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคจากการทำงาน นอกจากนี้จะทำให้แรงงานกลุ่มนี้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญในการปรับพฤติกรรมการทำงานที่เสี่ยงอย่างมีเป้าหมายแล้ว ยังช่วยให้แรงงานนอกระบบกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้นอีกด้วย กลุ่มอาสาพัฒนาสาธารณสุขหมู่ที่ 5 บ้านนาแค จึงทำโครงการคัดกรองความเสี่ยงจากการทำงานแรงงานนอกระบบในกลุ่มเกษตรกรสวนยางพารา บ้านนาแคขึ้น เพื่อมุ่งหวังในการคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพและสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มแรงงานนอกระบบ เพื่อลดอาการเจ็บจากการทำงาน เช่น ปวดเมื่อย ปวดเข่า ปวดหลัง พักผ่อนน้อย เป็นต้น และคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดด้วยเนื่องจากเกษตรกรชาวสวนยางพาราจะมีทำนาและปลูกผักร่วมด้วยในช่วงที่ว่างจากการกรีดยางพารา โดย คัดกรองจากกระดาษทดสอบโคลีนเอสเคอเรส
-
เพื่อเพิ่มจำนวนอาสาสมัครแรงงานในพื้นที่0.0020.00
จำนวนอาสาสมัครแรงงานในพื้นที่ เพิ่มขึ้น(คน)
-
เพื่อลดจำนวนแรงงานนอกระบบที่เจ็บป่วย จากการประกอบอาชีพ80.0070.00
ร้อยละของแรงงานนอกระบบที่เจ็บป่วย จากการประกอบอาชีพ ลดลง
-
เพื่อเพิ่มจำนวนมาตราการ ในการทำงานหรือกำหนดข้อบังคับการใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ป้องกันปัญหาสุขภาพ/โรคจากการทำงาน0.001.00
มีจำนวนมาตราการในการทำงานหรือกำหนดข้อบังคับการใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ป้องกันปัญหาสุขภาพ/โรคจากการทำงาน เพิ่มขึ้น
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมอาสาสมัครอาชีวอนามัย (อส.อช.) ศึกษาเครื่องมือในการสำรวจประเมินความเสี่ยง
อบรมเพื่อคัดเลือกอาสาสมัครอาชีวอนามัย (อส.อช.) จำนวน 1 ครั้ง และศึกษาเครื่องมือในการสำรวจ
งบประมาณ
- ค่าอาหารกลางวันในการจัดอบรม (อส.อช.) และวิทยากร1 มื้อๆ ละ 60 บาท จำนวน 23 คน เป็นเงิน 1,380 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดอบรม (อส.อช.) และวิทยากร จำนวน 23 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 1,150 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากรกระบวนการ จำนวน 5 ชั่วโมง ๆละ 600 บาทเป็นเงิน 3,000 บาท1 เมษายน 2563 ถึง 15 เมษายน 2563ผลผลิต
เกิดกลุ่ม อส.อช. ในพื้นที่ กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรชาวสวนยางพารา แรงงานนอกระบบ จำนวน 20 คน
ผลลัพธ์
ได้รับการสำรวจประเมินความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน
5530.00 บาท -
อาสาสมัครอาชีวอนามัย (อส.อช.) สำรวจพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงจากเครื่องมือการสำรวจพฤติกรรมและวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจ
กิจกรรม 1.สำรวจประเมินความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยใช้เครื่องมือการประเมินความเสี่ยง(google form)
2.สรุปผลการสำรวจข้อมูลปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพในกลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวสวนยางพารา งบประมาณ ค่าตอบแทนในการสำรวจประเมินความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยใช้เครื่องมือการประเมินความเสี่ยง(google form) จำนวน 50 ชุดๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท16 เมษายน 2563 ถึง 30 เมษายน 2563กลุ่มเสี่ยงจำนวน 50 คนได้รับการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยง
1250.00 บาท -
อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงในกลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวสวนยางพาราและกำหนดกติการ่วมกัน
กิจกรรม 1. จัดอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายและกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงของในการทำงาน จำนวน 1 วัน 1.1 โรคจากการประกอบอาชีพเกษตรกรสวนยางพารา 1.2 ท่าทางที่ถูกต้องในการทำงาน 1.3 การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
1.4 การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ขณะทำงาน 2. ทำแบบประเมินก่อนการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างกติการ่วมกันเพื่อเป็นข้อกำหนดของกลุ่มในการลดความเสี่ยง 3. คัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา (กรณีพบกลุ่มเป้าหมายมีสารตกค้าง ส่งต่อไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลสตูล ) งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 52 คนๆละ 60 คน เป็นเงิน 3,120 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากรกระบวนการ จำนวน 2 คน รวมจำนวน 5 ชั่วโมง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท - วัสดุอุปกรณ์ในการจัดอบรมหรือค่าจ้างในการทำสื่อการอบรม เป็นเงิน 2,500 บาท - ชุดทดสอบสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด จำนวนชุดทดสอบ 1ชุด * 2,000 บาท เป็นเงิน 2,000บาท1 พฤษภาคม 2563 ถึง 30 พฤษภาคม 2563ผลผลิต
1.อบรมแรงงานนอกระบบในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา จำนวน 50 คน
2.สร้างอาสาสมัครอาชีวอนามัยในกลุ่มได้ อย่างน้อย 20 คน
ผลลัพธ์ เกิดมาตรการป้องกันร่วมกันในการประกอบอาชีพ10620.00 บาท -
ติดตามประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายและถอดบทเรียน
กิจกรรม
1.ติดตามประเมินผลหลังจากกิจกรรมที่ 3 ประมาณ 3 เดือน เพื่อประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จากแบบประเมินรายบุคคล
2.ประชุมถอดบทเรียนในทีมงาน อส.อช. และตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆ ละ 60 บาท จำนวน 20 คน เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 1,000 บาท
1 มิถุนายน 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2563ผลผลิต
แรงงานนอกระบบในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ท่าทางในการทำงาน การจัดสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม ร้อยละ 80
ผลลัพธ์
แรงงานนอกระบบในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ท่าทางในการทำงาน การจัดสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม ทำให้คุณภาพชีวิตการทำงานดีขึ้น
2400.00 บาท
หมายเหตุ ทุกรายการสามารถถัวจ่ายกันได้
1.กลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวสวนยางพาราได้รับความรู้ความเข้าใจการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคจากการทำงานและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น 2. อาสาสมัคร อส.อช. สามารถนำกระบวนการและมีบทบาทในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน
