ควบคุมและป้องกันโรคไข้มาลาเรีย ประจำปี 2563
ระหว่างปี 2559-2573 โครงการมาลาเรียโลก (Global Malaria Program) มีเป้าหมายมุ่งสู่การกำจัด โรคไข้มาลาเรียและผลักดันให้ประเทศที่มีอัตราป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียน้อยกว่า 1 ต่อพันประชากร ยกระดับนโยบายจากการควบคุมโรค (Malaria Control) เป็นนโยบายการกำจัดโรค (Malaria Elimination) และประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลกได้สนับสนุนนโยบายดังกล่าวระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 66 ในปี 2556 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประเทศไทยร่วมกับประเทศสมาชิกอื่นๆ ร่วมลงนามข้อตกลงในการผลักดัน นโยบายและสนับสนุนงบประมาณการกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ในที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 9 ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ ปี2557 นอกจากนี้การกำจัดโรคไข้มาลาเรียยังเป็นเป้าหมายหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ(United Nation)และ ประเทศไทยได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวด้วย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้พัฒนาแผนยุทธศาสตร์กำจัดโรคไข้มาลาเรียประเทศไทย พ.ศ.2560-2569 โดยการมีส่วนร่วมและได้รับข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์มาลาเรียโลก (Global Technical Strategy 2016-2030) และยุทธศาสตร์การกำจัดโรคไข้มาลาเรีย สำหรับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง (Strategy for Malaria Elimination in Greater Mekong Sub- region2015- 2030) ตลอดจนสอดคล้องกับกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี กระทรวงสาธารณสุขรวมถึงพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 การควบคุมโรคไข้มาลาเรียทั่วโลกในทศวรรษที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ตั้งแต่ปี 2543 ถึง 2559แนวโน้มของโรคไข้มาลาเรียลดลงอย่างต่อเนื่องมากกว่าร้อยละ 75 ใน 55 ประเทศทั่วโลก และจำนวน ผู้ป่วยมาลาเรียทั่วโลกลดลงประมาณร้อยละ 47 สำหรับประเทศไทยประสบผลสำเร็จในการควบคุมโรคไข้มาลาเรีย อย่างมีนัยสำคัญจำนวนผู้ป่วยลดลงจาก 150,000 ราย ในปี 2543 เหลือ 14,667ราย ในปี 2560หรือลดลง ประมาณร้อยละ 90 ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบตามแนวชายแดนที่มีการเคลื่อนย้ายของประชากรข้ามพรมแดน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีปัญหาเชื้อมาลาเรียดื้อต่อยารักษา ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงสำหรับ
จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีปัญหาโรคไข้มาลาเรียมาต่อเนื่องและมีการระบาดทุกปี พบว่าสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียต่อแสนประชากร ปี 2561 ถึงปี 2563 (2.53, 3.66, 0.51) ตามลำดับส่วนใหญ่ผู้ป่วยประกอบอาชีพหรือปฏิบัติหน้าที่ในป่า สวน ไร่ ในเวลากลางคืนมากกว่าร้อยละ 70 ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะ พบมาก 2 ช่วง ระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม และพฤษภาคมถึงสิงหาคม ในจังหวัดนราธิวาสพบว่าอำเภอจะแนะมีผู้ป่วยเป็นอันดับที่ 5 อัตราป่วย 2.63 ในปี 2562และอำเภอจะแนะมีพื้นที่ตำบลช้างเผือกพบผู้ป่วยมาลาเรียมากที่สุดคือ อัตราป่วย 14.81 ในปี 2562 อย่างไรก็ตามในปี 2563 ตำบลช้างเผือกพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียจำนวนน้อย เพราะผลจากการควบคุมป้องกันโรคไข้มาลามีหลายองค์เข้ามาดำเนินงานกิจกรรมกำจัดโรค เช่น ตั้งหน่วยมาลาเรียคลินิกในชุมชน พ่นสารเคมีตกค้างในบ้านอาศัยเมื่อพบผู้ป่วย และค้นหาผู้ป่วยเพิ่ม พบว่า กิจกรรมดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมต่อการควบคุมโรคไข้มาลาเรียในพื้นที่ตำบลช้างเผือก ดังนั้นจึงต้องมีกิจกรรมกำจัดยุงตามพื้นที่รอบๆที่ตั้งบ้านเรือน และสนับสนุนให้ประชาชนใช้เจลที่ชุมชนทำเอง เพื่อป้องกันยุงกัด
-
ข้อที่ 1 เพื่อให้แกนนำสามารถทำเจลไล่ยุงใช้ในชุมชนได้400.00
ชุมชนมีเจลไล่ยุงครอบคลุม
-
ข้อที่ 2 เพื่อลดอัตราป่วยโรคไข้มลาเรีย0.37
อัตราป่วยโรคไข้มาลาเรียลดลงจากปี 2562
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง3000
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมเรื่องวัสดุไล่ยุงในชุมชน
- เชิญแกนนำรับการอบรม
- บรรยายวัสดุที่ใช้ไล่ยุง
- สาธิตการทำเจลไล่ยุง
- ฝึกปฏิบัติการทำเจลไล่ยุง
- แจกเจลให้หลังคาเรือน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25บ.x 80 คน x 2 มื้อ= 4,000บ.
ค่าอาหาร50บ.x 80 คน x 1 มื้อ = 4,000บ.
ค่าวิทยากร 600 บ. x 5 ชม. = 3,000 บ.
ค่าวิทยากรร่วม 600 บ. x 2 ชม. x 2 คน= 2,400 บ.
ค่าวัสดุทำเจล = 8,350 บ. ค่าไวนิล (1X2 เมตร)= 800 บ. ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง = 800 บ.
8 สิงหาคม 2563 ถึง 8 สิงหาคม 2563แกนนำมีความรู้และสามารถทำเจลไล่ยุง ไว้แจกให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
23350.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 พ่นสารเคมีกำจัดยุง
- อบรมการพ่นสารเคมีกำจัดยุง
- สาธิตการพ่นสารเคมีกำจัดยุง
- ปฏิบัติการพ่นสารเคมีกำจัดยุงรอบๆบ้านที่เสี่ยง ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25บ.x 8 คน x 1 มื้อ= 200บ. ค่าวิทยากร 600 บ. x 3 ชม.= 1,800 บ. ค่าไวนิล (1X2 เมตร)= 800 บ. ค่าน้ำมันเบนซิน = 1,000 บ. ค่าน้ำมันโซล่า = 4,000 บ. ค่าสารเคมี= 6,000 บ. ค่าจ้างพ่นคนละ 300 บ.x16วัน x 2 คน= 9,600 บ.
9 สิงหาคม 2563 ถึง 6 กันยายน 2563ผู้ทำการสามารถใช้อุปกรณ์พ่นสารเคมีกำจัดยุงที่เป็นเหตุเกิดโรคไข้มาลาเรียและหลังคาเรือนปลอดจากยุง
23400.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ประเมินผลและทำรายงานส่งกองทุน
ประเมินผลและทำรายงานเป็นเอกสาร ทำรูปเล่ม = 250 บ.
26 กันยายน 2563 ถึง 27 กันยายน 2563มีเอกสารและผลการดำเนินงานโครงการรวบรวมเป็นรูปเล่ม
250.00 บาท
ผลจาการดำเนินงานทำให้อัตราป่วยโรคไข้มาลาเรียลดลง และประชาชนได้รับการป้องกันโรคไข้มาลาเรีย ในพื้นที่และประชาชนเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการป้องกันโรคไข้มาลาเรีย
