โครงการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านบุโบย
-
นางเพ็ญศรีตูแวมะ ผู้ประสานงาน คนที่ 1
-
นายเสรีอทิณโน ผู้ประสานงาน คนที่ 2
-
นางยูรีตาดุลยาภรณ์
-
นางสาวมูณีเราะ หมาดง๊ะ
-
นางสาวนุสรีหนา จิตรหลัง
-
นางเพ็ญศรีตูแวมะ ผู้ประสานงาน คนที่ 1
-
นายเสรีอทิณโน ผู้ประสานงาน คนที่ 2
-
นางยูรีตาดุลยาภรณ์
-
นางสาวมูณีเราะ หมาดง๊ะ
-
นางสาวนุสรีหนา จิตรหลัง
การมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย เป็นความต้องการของมนุษย์ทุกคนซึ่งการกินอาหารถูกต้องเหมาะสมและพอเพียงจะทำให้มีโภชนาการดี และนำไป สู่การมีสุขภาพดี ในทางตรงกันข้ามหากกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ไม่เพียงพอจะทำให้ขาดสารอาหาร หรือถ้ากินอาหารมากเกินไป ก็จะทำให้เป็นโรคอ้วน หรือโภชนาการเกิน“โภชนาการ” จึงเป็นเรื่องของการกิน “อาหาร” ที่ร่างกายเรานำ “สารอาหาร” จากอาหารไปใช้ประโยชน์และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข อาหารและโภชนาการเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชากรในวัยต่างๆ ในวงจรชีวิตมนุษย์ทุกเพศทุกวัยทั้ง เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเด็กวัยก่อนเรียนเป็นวัยที่อยู่ในระยะสำคัญของชีวิต เป็นวัยรากฐานของพัฒนาการ การเจริญเติบโตทั้งร่างกายจิตใจอารมณ์สังคมและสติปัญญาจึงเป็นวัยที่มีความสำคัญเหมาะสมที่สุดในการวางพื้นฐาน เพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิต จากการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ ในปี 2563เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านบุโบยจำนวน 162คน พบว่ามีเด็กผอมจำนวน 14 คน เด็กเตี้ยจำนวน 14คน เด็กเริ่มอ้วนและอ้วนจำนวน 18คนเด็กผอมและเตี้ยจำนวน 26คน เด็กอ้วนและเตี้ย จำนวน 29คน ถือได้ว่าเป็นภาวะที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ เกินเกณฑ์ หรือกลุ่มเสี่ยง นับว่าเป็นปัญหาภาวะทุพโภชนาการจำนวนทั้งหมด101คน คิดเป็นร้อยละ62.35จากการสอบถามเด็กดังกล่าวพบว่า เด็กมาโรงเรียนโดยไม่ได้รับประทานอาหารเช้าเด็กรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ซึ่งจากปัญหาเหล่านี้จะส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคมของเด็กตามมา จำเป็นต้องมีการส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการที่สมวัยในทุกด้านของชีวิต การแก้ไขปัญหาโดยการส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการเด็กในสถานศึกษา และการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลดน้อยหรือหมดไปได้ สิ่งสำคัญจะต้องมีการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ผู้เลี้ยงดูเด็ก และส่งเสริมให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กด้วย จากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านบุโบยจึงได้จัดทำโครงการ“โครงการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและส่งเสริมสุขภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านบุโบย” เพื่อเฝ้าระวังและติดตามภาวะทุพโภชนาการเด็กและติดตามเด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์, เกินเกณฑ์และกลุ่มเสี่ยงส่งเสริมให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายส่งเสริมการออกกำลังกายและพัฒนาการ ทางด้านสติปัญญาด้วย โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการแก้ไขปัญหาและพัฒนางานด้านสาธารณสุขและขณะนี้ได้มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
เพื่อเฝ้าระวังและติดตามโภชนาการเด็กที่เสี่ยงต่อการมีภาวะปัญหาภาวะโภชนาการ0.00
ร้อยละ 100 มีการเฝ้าระวังและติดตามภาวะโภชนาการเด็ก
-
เพื่อให้ครู ผู้ปกครองและเด็ก มีความรู้เรื่องภาวะโภชนาการในเด็ก และส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ0.00
ร้อยละ 80 ของครู นักเรียน และแม่ครัว มีความรู้เรื่องภาวะโภชนาการในเด็ก
เด็กที่มีปัญหาภาวะโภชนาการ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างน้อยร้อยละ 90
เด็กที่มาภาวะทุพโภชนาการทุกคนได้รับประทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย ร้อยละ 100
-
เพื่อให้เด็กที่น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์เกินเกณฑ์และกลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตาม ดูแลอย่างใกล้ชิด0.00
ร้อยละ 100เด็กที่น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์,เกินเกณฑ์และกลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตาม ดูแลอย่างใกล้ชิด
เด็กที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอยู่ในภาวะปกติ
เด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ร้อยละ 80 มีน้ำหนักลดลงอยู่ในภาวะปกติ
เด็กที่มีความสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ได้รับการแก้ไขร้อยละ 100
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน101
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
ค่าใช้จ่ายต่างๆในทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทุกรายการ
เด็กนักเรียนได้รับการเฝ้าระวังและติดตามภาวะโภชนาการอย่างครอบคลุม
ครู ผู้ปกครอง และแม่ครัวมีความรู้และเข้าใจเรื่องภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียน
เด็กที่มีปัญหาโภชนาการมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามวัย
เด็กที่มีปัญหาสุขภาพอนามัยมีจำนวนลดลงและได้รับการรักษาที่ถูกวิธี
5.เด็กมีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติตนในการป้องกันโรคได้อย่างเหมะสม ปลอดภัย
