โครงการชาวทุ่งพัฒนาสร้างสุขภาพดี เริ่มที่ควบคุมน้ำหนัก ลดอ้วน พุง ลดโรค ปีงบประมาณ 2564
-
นางสาวนัสสิมาดันงุ่น
-
นางพรทิพ ชายเหตุ
-
นางสาวรอน๊ะ สงบ
-
นายธีรศักดิ์ งะหมาด
-
นางสาวจุฬาลักษณ์ โอมณี
ในปัจจุบันสังคมไทยกําลังเผชิญกับปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุงในทุกเพศทุกวัย เนื่องจากการมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป มีการเคลื่อนไหวร่างกายและมีกิจกรรมทางกายลดลง ในประเทศไทยปัญหาโรคอ้วนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทั้งนี้เนื่องจากคนไทยมีรูปแบบพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตประจําวันที่เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบคนเมืองมากขึ้นและมีพฤติกรรมการออกกําลังกายที่น้อยลง ปัจจุบันคนไทยจํานวน 17.6 ล้านคน (ร้อยละ 21.4) มีภาวะน้ําหนักเกินและเป็นโรคอ้วนและคนไทยจํานวน 16.2 ล้านคน (ร้อยละ 32.1) มีภาวะอ้วนลงพุง โดยพบผู้หญิงไทยมีอุบัติการณ์โรคอ้วนมากกว่าผู้ชายเกือบเท่าตัว “โรคอ้วน” คือภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันตามอวัยวะ ต่าง ๆ มากกว่าปกติเนื่องมาจากการได้รับพลังงานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ซึ่งเป็นปัจจัยของโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วนและอ้วนลงพุง เนื่องจากร่างกายเกิดการขาดความสมดุลระหว่างพลังงานที่ได้รับจากการบริโภค และพลังงานที่ใช้ไปในกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวร่างกาย กล่าวคือ “ร่างกายใช้พลังงานไปน้อยกว่าพลังงานที่ได้รับเข้าไป” ทําให้เกิดไขมัน เพิ่มขึ้นสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรคอ้วน โดยสาเหตุเกิดจากปัจจัยทางพฤติกรรมร่วมกับกรรมพันธุ์ ปัญหาสุขภาพ ความผิดปกติทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังพบปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ ที่อาจทําให้เกิดโรคอ้วนได้ เช่น ภาวะที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนน้อย กว่าปกติส่งผลให้มีการเผาผลาญพลังงานในร่างกายน้อยลง การรับประทานยาบางชนิดที่มีผลต่อน้ำหนัก เช่น ยากันชัก ยาแก้อาการซึมเศร้า ยาคุมกําเนิด การได้รับฮอร์โมนสเตียรอยด์เป็นเวลานาน เป็นต้น
จากฐานข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยไทร (ฐานข้อมูลสุขภาพ รพ.สต.บ้านห้วยไทร : 2563) พบว่า ประชาชนบ้านทุ่งพัฒนา หมู่ที่ 13 ที่เข้ารับบริการสุขภาพในปี พ.ศ.2563 จำนวน 240 คน มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 23 ถึงร้อยละ 58.8 เมื่อพิจารณาเส้นรอบสะเอว พบว่า เพศหญิง มีเส้นรอบสะเอวเกิน 85 เซนติเมตร ร้อยละ 40.4 และเพศชาย มีเส้นรอบสะเอวเกิน 90 เซนติเมตร ร้อยละ 21.7 เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2562 -2563 พบว่า มีผู้ป่วยโรคความดัน เพิ่มขึ้น 9 ราย จาก 80 ราย ควบคุมระดับความดันได้เพียง ร้อยละ 56.1 และมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพิ่มขึ้น 2 ราย จาก 28 ราย ควบคุมระดับน้ำตาลสะสมได้พียง ร้อยละ 26.7 เท่านั้น และพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดสมองแตก 2 ราย ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวล้วนเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น และคาดว่าสถานการณ์ของโรคจะเพิ่มอัตราป่วยมากขึ้น หากขาดการกระตุ้น สร้างกระแส และการเข้าถึงสื่อที่ถูกต้องในการดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
จากความสำคัญดังกล่าวชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 13 บ้านทุ่งพัฒนา จึงได้จัดโครงการชาวทุ่งพัฒนาสร้างสุขภาพดี เริ่มที่ควบคุมน้ำหนัก ลดอ้วน ลดพุง ลดโรคปีงบประมาณ ๒๕๖4 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อก่อให้เกิดความตระหนักรู้สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ รวมถึงส่งเสริมการรวมพลังภาคีเครือข่าย จัดการสุขภาพชุมชน สู่สังคมสุขภาวะต่อไป
-
เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพและแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ลดอ้วน ลดพุง ลดโรค0.00
กลุ่มเป้าหมายผ่านการวัดความรู้ที่คะแนน 8/10 ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
-
เพื่อควบคุมองค์ประกอบของร่างกาย ได้แก่ น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย มวลไขมัน ไขมันช่องท้อง เส้นรอบเอว อายุเซลล์ มวลกล้ามเนื้อ0.00
กลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 80 มีผลการวัดองค์ประกอบของร่างกายลดลง อย่างน้อย 1 รายการ หลังเข้าร่วมโครงการ
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน/เตรียมความพร้อม
๑. ประชุมคณะทำงาน / เตรียมความพร้อม กลุ่มเป้าหมาย : อสม. ตัวแทนกรรมการหมู่บ้าน มัสยิด กลุ่มสตรี - ทบทวนสภาพปัญหาสุขภาพ - จัดทำแผนขับเคลื่อนการดำเนินงาน - ฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องมือตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย - จัดซื้อเครื่องชั่งดิจิตอล วัดองค์ประกอบร่างกายด้วยคลื่นไฟฟ้า ผ่านมาตรฐานทางการแพทย์ - จัดซื้อที่วัดส่วนสูง
งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.x 25 คน= 1,250 บ. - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 2 มื้อ x 25 คน = 1,250 บ. - ค่าตอบแทนวิทยากร 4๐๐ บ.x 5 ชม. = 2,000 บ. - ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการและป้ายรณรงค์ ๕๐๐ บาท x 3 แผ่น
= 1,500 บ.
- เครื่องชั่งน้ำหนัก ราคา 3,800 บ.
- ที่วัดส่วนสูง ราคา 2,700 บ. รวมเป็นเงิน 12,500 บาท1 มกราคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564ได้ทราบปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ เตรียมอุปกรณ์ต่างๆในการดำเนินงาน
12500.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ
-อบรมเชิงปฏิบัติการกับพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ และมีความตั้งใจอยากควบคุมน้ำหนัก 1.1 บรรยาย -หลักโภชนาการ -การออกกำลังกาย -การจัดการอารมณ์และความเครียด 1.2 ปฏิบัติการ - สาธิตเมนูสุขภาพ แกงจืด แกงส้ม ปลาย่าง ผักลวก ข้าวประเภทต่างๆ และการประเมินหน่วยโภชนาการ -ประเมินความเครียด งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน 50 บ.x 35 คน = 1,750 บ. - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 2 มื้อ x 35 คน = 1,750บ. - ค่าตอบแทนวิทยากร 400 บ.x 5 ชม. = 2,000 บ. - ค่าวัตถุดิบจัดทำเมนูอาหารสาธิต 1,000 บ. รวมเป็นเงิน 6,500 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564กลุ่มเป้าหมายผ่านการวัดความรู้ที่คะแนน 8/10 ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
6500.00 บาท -
กิจกรรมควบคุมองค์ประกอบของร่างกาย
- กิจกรรมควบคุมองค์ประกอบของร่างกาย / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานรายครั้ง แต่ละบุคคล
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ และมีความตั้งใจอยากควบคุมน้ำหนัก
3.1 ปฏิบัติการตรวจประเมินสุขภาพ
- ตรวจ วัด องค์ประกอบของร่างกาย ได้แก่น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย มวลไขมัน ไขมันช่องท้อง เส้นรอบสะเอว อายุเซลล์ มวลกล้ามเนื้อ
- บันทึกข้อมูล / ติดตาม / เปรียบเทียบประเมินผล งบประมาณ
- ตรวจ วัด องค์ประกอบของร่างกาย ได้แก่น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย มวลไขมัน ไขมันช่องท้อง เส้นรอบสะเอว อายุเซลล์ มวลกล้ามเนื้อ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บ.x 1 มื้อ x 35 คน x 5 ครั้ง = 4,375 บ. - ค่าตอบแทนวิทยากร 400 บ.x 1 ชม. x 5 ครั้ง = 2,000 บ. - ค่าถ่ายเอกสารความรู้และสมุดบันทึกสุขภาพ ชุดละ 25 บ. x 35 ชุด = 875 บ. รวมเป็นเงิน 7,250 บ.
1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2564กลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 80 มีผลการวัดองค์ประกอบของร่างกายลดลง อย่างน้อย 1 รายการ หลังเข้าร่วมโครงการ
7250.00 บาท - กิจกรรมควบคุมองค์ประกอบของร่างกาย / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานรายครั้ง แต่ละบุคคล
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ และมีความตั้งใจอยากควบคุมน้ำหนัก
3.1 ปฏิบัติการตรวจประเมินสุขภาพ
-
ส่งเสริมการออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
กิจกรรมย่อย
4.1 กิจกรรมย่อย - กายบริหาร ยืดเหยียด
- เต้นแอโรบิค - เดินเร็ว1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 สิงหาคม 25640.00 บาท
1.ประชาชนใส่ใจสุขภาพและเกิดกลุ่มออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆในหมู่บ้าน 2.อัตราป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังลดลง 3.พฤติกรรมสุขภาพที่ดีส่งผลต่อการลดอุบัติการณ์โรคอื่นๆในระยะยาว
