โครงการสร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิดเข็ม 3 (รพ.สต.บ้านจันนา)
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโควิด-19 จนสามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโควิด-19 เช่น การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่างทางสังคม กินร้อน ช้อนส่วนตัว ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ได้ถูกต้อง31.15
-
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)31.15
-
ร้อยละความครอบคลุมในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน100.00
-
จำนวนจิตอาสาและอสม.(คน)ที่สามารถมาช่วยเหลือคนในชุมชนได้23.00
-
ร้อยละของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ ด้านร่างกาย จิต สังคม และปัญญา100.00
สถานการณ์โรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ทั่วโลก 220 ประเทศ พบผู้ป่วยยืนยัน 281,822,609 รายเสียชีวิต 5,422,564 ราย ประเทศไทย พบผู้ป่วยยืนยัน 2,214,712 ราย เสียชีวิต 21,630 ราย จำนวนผู้ป่วยโควิดของจังหวัดพัทลุงอยู่ในลำดับที่ 9 ของประเทศ พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 13,457 ราย เสียชีวิต 120 ราย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านจันนา พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 47 ราย เสียชีวิต 0 ราย หมู่ที่ 11 ตำบลดอนทราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 13 ราย เสียชีวิต 0 ราย , หมู่ที่ 3 ตำบลดอนทราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 9 ราย เสียชีวิต 0 ราย , หมู่ที่ 8 ตำบลดอนทราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 8 ราย เสียชีวิต 0 ราย , หมู่ที่ 8 ตำบลชะมวง พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 8 ราย เสียชีวิต 0 ราย , หมู่ที่ 4 ตำบลดอนทราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 7 ราย เสียชีวิต 0 ราย , หมู่ที่ 7 ตำบลชะมวง พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 2 ราย เสียชีวิต 0 ราย นายแพทย์ แอนโทนี เพาซี แพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานด้านการควบคุมโรคโควิด 2019 ของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก “ยอดติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ค่าเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 150,000 ราย และน่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่านั้นมาก วิธีป้องกันโรคโควิด-19 ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (เข็ม 3) ประกอบกับองค์การอนามัยจะประกาศโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่งระบุว่า ประชาชนในประเทศไทยต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างน้อยร้อยละ 60 จึงจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และผ่านหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยเป้าหมาย 608 ของอำเภอควนขนุนเท่ากับ 22,569 ราย ฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว 7,112 ราย คิดเป็นร้อยละ 31.51 (ข้อมูลจาก สสจ.พัทลุง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565) จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว รพ.สต.บ้านจันนา เล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่เขตพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านจันนา ทั้ง 2 หมู่บ้าน ไม่ให้แพร่ระบาด จึงได้เขียนโครงการฯ เพื่อของบกองทุนสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลชะมวง ในการดำเนินการรณรงค์กระตุ้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 3 เพื่อป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19
-
เพื่อสร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิดเข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 60850.00
- กลุ่มเป้าหมาย 608 มีความรู้เกี่ยวกับโรคโควิดเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50
- กลุ่มเป้าหมาย 608 ฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้นเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50
- อัตราการป่วยด้วยโรคโควิดในกลุ่ม 608 ลดลง ร้อยละ 50
- อัตราการตายด้วยโรคโควิดในกลุ่ม 608 ลดลง ร้อยละ 50
-
กลุ่มวัยทำงาน182
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง18
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมการเก็บข้อมูล “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608”
อบรมการเก็บข้อมูล “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” แก่ อสม. 2 หมู่บ้าน ตำบลชะมวง ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.จันนา จำนวน 23 คน
ค่าใช้จ่าย
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกลุ่มเป้าหมายและผู้จัดจำนวน 25 คน x 2 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน กลุ่มเป้าหมายและผู้จัดจำนวน 25 คน x 1 มื้อ x 70 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
3.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชม. x 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
4.ค่าถ่ายเอกสาร จำนวน 800 แผ่น ๆ ละ 0.50 บาท เป็นเงิน 400 บาท1 มิถุนายน 2565 ถึง 1 มิถุนายน 2565ผลผลิต (Output)
1. จัดอบรมการเก็บข้อมูล “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” จำนวน 1 ครั้ง
ผลลัพธ์ (Outcome)
1. อสม.มีความรู้ มีความเข้าใจ เกิดทักษะในการรณรงค์สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” ได้ร้อยละ 707000.00 บาท -
เก็บข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 โดย อสม. ที่ผ่านการอบรม (เก็บข้อมูลก่อนทำกิจกรรมสัมภาษณ์)
เก็บข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 โดย อสม. ที่ผ่านการอบรม (เก็บข้อมูลก่อนทำกิจกรรมัมภาษณ์)
1. ค่าตอบแทนพนักงาน เก็บข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 จำนวน 200 คน x 1 ครั้ง x 20 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท15 กรกฎาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 2565ได้ข้อมูลความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608
4000.00 บาท -
สัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ
สัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ (สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” โดย อสม.
ค่าใช้จ่ายดังนี้
1.ค่าตอบแทนพนักงาน สัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” จำนวน 200 คน x 1 ครั้ง x 50 บาท เป็นเงิน 10000 บาท
2.ค่าอุปกรณ์ตัวอย่างสำหรับการป้องกันโควิด (แมส+เจลแอลกอฮอล์) จำนวน 200 คน x 1 ชุด x 80 บาท เป็นเงิน 16000 บาท1 สิงหาคม 2565 ถึง 14 สิงหาคม 2565ผลผลิต (Output) เสริมสร้างแรงจูงใจ “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” จำนวน 200 คน /1 ครั้ง ผลลัพธ์ (Outcome)
1.ประชากรกลุ่ม 608 มีความรู้ มีความเชื่อที่ถูกต้อง ร้อยละ 80
2.ประชากรกลุ่ม 608 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่อขึ้น ร้อยละ 5026000.00 บาท -
เก็บข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 โดย อสม. ที่ผ่านการอบรม (เก็บข้อมูลหลังทำกิจกรรมสัมภาษณ์)
เก็บข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 โดย อสม. ที่ผ่านการอบรม (เก็บข้อมูลหลังทำกิจกรรมสัมภาษณ์)
1. ค่าตอบแทนพนักงาน เก็บข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 จำนวน 200 คน x 1 ครั้ง x 20 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท1 กันยายน 2565 ถึง 14 กันยายน 2565ได้ข้อมูลความต้องการวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประชากร 608 (หลังทำกิจกรรมสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ)
4000.00 บาท -
บันทึกข้อมูลลงในโปรแกรมสำเร็จรูป “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608”
บันทึกข้อมูลลงในโปรแกรมสำเร็จรูป “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608” (ก่อน และหลังการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ)
1. ค่าจ้างพนักงานบันทึกข้อมูล “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608 จำนวน 200 คน x 2 ชุด x 10 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท1 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผลผลิต (Output)
1. บันทึกข้อมูลก่อนและหลังการสัมภาษณ์ “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในประชากรกลุ่ม 608” จำนวน 2 ครั้ง
ผลลัพธ์ (Outcome)
1. ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อถือได้4000.00 บาท -
การวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป หาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบก่อน-หลัง ของข้อมูล อายุ เพศ อาชีพ การศึกษาโรคประจำตัว ข้อมูลความรู้ ความเชื่อ ป่วยกี่ครั้ง อาการฉีดกี่เข็ม ชนิดวัคซีน สถานที่ฉีด สวัสดิการที่ ได้รับจากการติดโควิด ใครเป็นคนตัดสินใจเรื่องการฉีดวัคซีน และนำข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์ในการวางแผนป้องกันโรคโควิด
ไม่ใช้งบประมาณ25 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผลผลิต (Output)
- มีการวิเคราะห์ข้อมูล (ก่อน-หลัง) จำนวน 2 ครั้ง
ผลลัพธ์ (Outcome)
- นำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19
0.00 บาท - มีการวิเคราะห์ข้อมูล (ก่อน-หลัง) จำนวน 2 ครั้ง
ค่าใช้จ่ายสามารถถั่วเฉลี่ยจ่ายข้ามหมวดได้ตามความเหมาะสม
- กลุ่มเป้าหมาย 608 มีความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด เพิ่มขึ้น ร้อยละ 50
- กลุ่มเป้าหมาย 608 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพิ่มขึ้น ร้อยละ 50
- อัตราป่วยด้วยโรคโควิดในในกลุ่ม 608 ลดลง ร้อยละ 50
- อัตราตายด้วยโรคโควิดในในกลุ่ม 608 ลดลง ร้อยละ 50
- ได้พัฒนารูปแบบ “สร้างการเรียนรู้นำไปสู่การกระตุ้นวัคซีนโควิด เข็ม 3 ในกลุ่มประชากร 608”
- ผลการวิเคราะห์นำไปใช้ในการวางแผนป้องกันควบคุมโรคโควิดในลำดับต่อไป
