โครงการครอบครัวสุขภาพดี สังคมมีสุข
-
นายรัฐการลัดเลีย
-
นางสาวอาทิญา ชัยทอง
-
นางสาวรุ่งนภา อุสมา
-
นางสาวพิชยา ดำสนิท
-
นางสาวสุกัยดา ยาหมาย
-
5.00
สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่เป็นหลักสำคัญที่สุดของสังคมเป็นรากฐานของการพัฒนาคนและสังคม โดยทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์ให้แก่สมาชิกในครอบครัวด้วยการอบรมเลี้ยงดู พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมให้แก่สมาชิกครอบครัวเพื่อให้สมาชิกครอบครัวมีพัฒนาการตามวัยและเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
ปัจจุบันครอบครัวไทยเปลี่ยนจากรูปแบบจากครอบครัวขยายซึ่งมีสมาชิก 3 ช่วงวัย กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น และนับวันยิ่่งมีขนาดเล็กลง จำนวนบุตรเฉลี่ยเหลือเพียง 1.5 คน/ครอบครัวซึมซับวัฒนธรรมตะวันตกมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้สังคมไทยและคนในสังคมมีการเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการดำเนินชีวิตและวิถีวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่โครงสร้างทางสังคมไทยยังไม่สามารถปรับตัวได้ทันคนไทยจึงต้องเผชิญกับวิกฤตเรื่องค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และพฤติกรรมที่มีการเลียนแบบวัฒนธรรมการบริโภคนิยม วัตถุนิยม และการให้ความสำคัญกับเงินตราเป็นตัวตั้งซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มต้นจากเมืองหลวงและกระจายตัวไปสู่เมืองใหญ่ และจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบทโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและสื่อทุกแขนงเป็นตัวเชื่อมร้อยให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤติทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างทั่วถึง ผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวไทยประสบปัญหาอย่างรุนแรง ปัญหาที่ครอบครัวได้รับผลกระทบ ได้แก่การหย่าร้าง สัมพันธภาพในครอบครัว ความรุนแรงในครอบครัว เด็กและผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ฯลฯ ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่แต่ละครอบครัวต้องดิ้นรนและแข่งขันกันทำมาหากิน ส่งผลให้สัมพันธภาพและความเกื้อกูลของคนในครอบครัวและชุมชนลดน้อยลง พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนและขัดเกลาสมาชิกในครอบครัวให้เป็นคนดีและมีการเจริญเติบโตตามวัย จึงทำให้เด็กไทยในปัจจุบันตกเป็นเหยื่อของค่านิยมผิด ๆ ในด้านวัตถุนิยม บริโภคนิยม ติดอบายมุข ติดยาเสพติดมีนิสัยก้าวร้าว ชอบใช้ความรุนแรง ขาดความอดทนอดกลั้น มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร มีการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ไม่สนใจเรียน และออกจากโรงเรียนกลางคัน
การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะในแต่ละช่วงวัยจะมีความแตกต่างกัน เนื่องจากในแต่ละวัย สภาพร่างกายต้องการได้รับการดูแลที่ไม่เหมือนกัน ในวัยเด็กหรือวัยรุ่น ต้องการการดูแลสุขภาพเพื่อไปสร้างเสริมร่างกายให้เกิดความเจริญเติบโต ในวัยทำงานหรือวัยกลางคนก็ต้องการการซ่อมเสริมเพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งและป้องกันการเกิดโรคเพื่อสามารถทำงานหนักได้อย่างสมดุล และในวัยสูงอายุก็ต้องการการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในวัยที่ร่างกายผ่านการใช้งานมามากและมีความเสื่อมโทรม
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ความรู้และกระตุ้นให้บุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพ การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะกับวัย การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงในวัยรุ่น การออกกำลังกายที่เหมาะสม และสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
-
เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว เข้าใจหลักการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมในการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว30.00
ร้อยละ 80 สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม มีสติแก้ไขปัญหาที่ครอบครัวได้รับผลกระทบได้
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ
ประชุมแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ จำนวน 15 คน เพื่อวางแผนการดำเนินโครงการจำนวน 2 ครั้ง
โดยมีค่าใช้จ่ายในกิจกรรมดังนี้ ค่าอาหารว่าง จำนวน 15 คน คนละ 35 บาท จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 1050 บาท
11 เมษายน 2565 ถึง 23 เมษายน 25651.ได้คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ
2.ได้แผนการดำเนินโครงการ
1050.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้ครอบครัวสุขภาพดี
กิจกรรมอบรมให้ความรู้การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัวการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว (แกนนำ 15 คน คณะทำงานสพค. วัยทำงาน 15 คน เจ้าหน้าที่ 10 คน) โดยมีงบประมาณค่าใช้จ่ายดังนี้ 1. ค่าวิทยากรบรรยายจำนวน 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท คิดเป็นเงิน 1,800 บาท 2. ค่าวิยากรกระบวนการ จำนวน 3 ชั่วโมง จำนวน 4 คน ชั่วโมงละ 300 บาท คิดเป็นเงิน 3,600 บาท 3. ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมและเจ้าหน้าที่ จำนวน 40 คน คนละ 100 บาท จำนวน 1 มื้อ คิดเป็นเงิน 4,000 บาท 4. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมและเจ้าหน้าที่ จำนวน 40 คน คนละ 35 บาท จำนวน 2 มื้อคิดเป็นเงิน 2,800 บาท 5. ค่าวัดสุอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการ คิดเป็นเงิน 2,000 บาท 6. ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ จำนวน 1 ป้าย คิดเป็นเงิน 500 บาท รวมค่าจ่าย 14,700 บาท (ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้) ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. ลงทะเบียน ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดโครงการครอบครัวสุขภาพดี สังคมมีสุข ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. รับฟังบรรยายในหัวข้อ” คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวให้เหมาะสมกับช่วงวัย” โดย ทีมวิทยากรนักวิชาการสาธารณสุข
๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว โดยทีมวิทยากรกระบวนการ ๑๖.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ทำแบบประเมินผล ปิดโครงการและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ หมายเหตุ : พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา ๑๐.๓๐ – ๑๐.๔๕ น. และ ๑๔.๓๐ – ๑๔.๔๕ น.1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 25651.สร้างสุขภาพทั้งกายและจิตใจของตนเองและครอบครัว 2.สร้างสัมพันธภาพอันดีภายในครอบครัว 3.สามารถกำหนดหรือเลือกรูปแบบการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม 4. สามารถกำหนดช่วงเวลาการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม 5.เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพของตนเองและครอบครัวไม่ให้เจ็บป่วย
14700.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการและรายงานผลการดำเนินโครงการแก่เจ้าของงบประมาณ
1 กรกฎาคม 2565 ถึง 20 กรกฎาคม 25650.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้
ครอบครัวอบอุ่น สังคมมีสุข
