การคัดกรองผู้ป่วยระยะท้าย(Palliative care) เชิงรุกในพื้นที่พหุวัฒนธรรมตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
-
แพทย์หญิงเอมอร แซ่หลีตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลเทพา
-
นางบุญประสมนิลกาฬตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล
-
นางสาววิทิตา วิจะสิกะตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
นางสาวจินตณีย์หีมบวชตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
นางสาวฐิติรัตน์ ไชยวรรณ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ
-
จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน)4.00
-
ร้อยละของคนพิการที่ได้รับกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต112.00
-
ร้อยละของผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในระยะเวลา 6 เดือน12.00
-
ผู้ป่วยระยะท้าย24.00
ผู้ป่วยระยะท้ายจะมีการดำเนินของโรคเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต การทำงานของอวัยวะสำคัญจะทรุดลงไปเรื่อยๆจนกว่าร่างกายไม่สามารถกลับเข้าสู่สภาพปกติได้และเสียชีวิตในที่สุด ถึงแม้ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์จะมีความเจริญก้าวหน้าทำให้ยืดชีวิตของผู้ป่วยออกไปได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยระยะท้ายในโรงพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน และมีความแตกต่างกันตามปัจเจกบุคคล ภาวะสุขภาพ การเจ็บป่วย สภาพความเป็นอยู่ สัมพันธภาพในครอบครัว ระบบการให้คุณค่า ความเชื่อ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการรับรู้และการตอบสนองต่ออาการของแต่ละบุคคล ดังนั้นการดูแลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยระยะท้ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ตามความเป็นจริงและสามารถเผชิญความตายได้อย่างสงบ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 60 ศาสนาพุทธ ร้อยละ 40 การจัดบริการจึงต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต และขนบธรรมเนียบประเพณีในปี 2561 มีการค้นหาผู้ป่วยระยะท้ายเชิงรุก พบผู้ป่วยจำนวน 216 รายร้อยละ 0.3 ของประชากรในพื้นที่ในปี 2563-2565 ในเขตตำบลลำไพลพบว่ามีผู้ป้วยระยะท้ายจำนวน 10,5และ9 ตามลำดับ และใน ปี 2565 ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล พบว่ามีผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งได้แก่ผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 12 คน ผู้พิการ 112 คน ผู้สูงอายุติดบ้าน 4 คนโดยบางกลุ่มยังไม่ได้รับการประเมินว่าเป็นผู้ป่วยระยะท้ายหรือไม่ เนื่องจากสถานกานณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้ไม่สามารถออกค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกได้ ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแล จึงมีเฉพาะผู้ป่วยที่เข้าสู่ระบบของโงพยาบาล หรือ รพ.สต. การเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าวข้างต้นถือเป็นโรคที่คุกคามชีวิตของผู้ป่วย จำเป็นต้องได้รับการดูแล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการขึ้นเพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยดังกล่าวได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการเจ็บป่วยจนถึงระยะสุดท้ายของชีวิต
-
1.เพิ่มการเข้าถึงบริการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง24.0024.00
ผู้ป่วยระยะท้ายได้รับการดูแลแบบประคับประคอง ร้อยละ 100
-
2. เพิ่มศักยภาพบุคลากรในการจัดบริการและดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง120.00120.00
บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ร้อยละ 100
-
3.เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง1.001.00
มีระบบการดูแลผู้ป้วยระยะท้ายแบบประคับประคองที่มีประสิทธิภาพ
-
4.เพื่อสร้างเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง1.001.00
มีเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ16
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ112
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
-
ผู้ป่วยระยะท้าย24
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้ารับการอบรมการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองจำนวน2 รุ่นๆละ 60 คน รวมจำนวน120 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท 2.ค่าอาหารกลางวันผู้เข้ารับการอบรมการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับปะคอง จำนวน 2 รุ่นๆละ 60 คน รวม120 คน ๆละ 1 มื้อๆละ 50 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท 3.ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่ม จากโรงพยาบาลเทพา จำนวน 10 คนจำนวน6 ชั่วโมงๆละ 600 บาทเป็นเงิน 36,000บาท 4.ค่าวัสดุ อุปกรณ์ เคื่องเขียน ในการจัดอบรมเป็นเงิน 2,000บาท
3 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566มี อสม.ผ่านการอบรม จำนวน 105 คน ผู้ดูแล(Care Giver)จำนวน5 คน ผู้ดูแลผู้ป่วยในบ้าน จำนวน 10 คน รวม 120 คน ผ่านการอบรม เรื่อง 1.นิยามของผู้ป่วยระยะท้าย 2.ฝึกปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง
50000.00 บาท -
จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชน
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมเสวนาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย จำนวน 120 คนๆละ1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
2.ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการถอดบทเรียน เช่นกระดาษบรู๊พ ปากกาเคมี จำนวน 1000 บาท
3 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566จัดเวทีเสวนา 1 ครั้ง ได้ข้อเสนแนะ แนวทางการดูแลผู้ป่วยปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข
4000.00 บาท -
ประชุมชี้แจงโครงการแก่ผู้นำชุมชน ประธาน อสม. เจ้าหน้าที่ ใน รพ.สต. ตัวแทนเทศบาลตำบลลำไพล หน่วยงานอื่นในพื้นที่
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดประชุมชี้แจงโครงการแก่ผู้นำชุมชน ประธาน อสม. เจ้าหน้าที่ ใน รพ.สต. ตัวแทนจากหน่วยงานในเขตพื้นที่ จำนวน 30 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
10 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566ผู้นำชุมชน ประธาน อสม. เจ้าหน้าที่ ใน รพ.สต. ตัวแทนจากหน่วยงานในเขตพื้นที่ จำนวน 30 คน
750.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินงานโครงการและนำเสนอโครงการ
1.ค่าถ่ายเอกสารในการจัดทำรูปเล่ม จำนวน 1000 บาท
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566มีรูปเล่มสรุปโครงการและนำเสนอโครงการ
1000.00 บาท -
ติดตามการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชน
1.จัดทำแผนการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
2.ลงติดตามดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชน
1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 30 กันยายน 25661.มีแผนติดตามดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชน
2.มีผลการประเมินผลการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในชุมชน
0.00 บาท -
ค้นหาผู้ป่วยในชุมชน
1.อสม./แกนนำ/ตัวแทนชุมชน ที่ผ่านการอบรม ลงพื้นที่คัดกรองผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยระยะท้ายทุกเดือน
2.รายงานผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยระยะท้ายต่อทีมดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
3.ทีมดูแลผู้ป่วยระยะท้ายลงพื้นที่ให้การดูแลรักษาฟื้นฟูตามระยะของโรค
1 ธันวาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566ผลผลิต : จำนวนผู้ป่วยระยะท้ายที่เข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น
ผลลัพธ์: ผู้ป่วยระยะท้ายได้รับการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
0.00 บาท
ทุกรายการถั่วเฉลี่ยจ่ายได้
1.สามารถค้นหาผู้ป่วยระยะท้าย( PalliativeCare)เชิงรุกในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น 2.ผู้ป่วยระยะท้ายได้รับการดูแลแบบประคับประคองตามมาตรฐานจนถึงวาระสุดท้าย 3.ผู้ป่วยระยะท้ายเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคอง จากทีมสุขภาพ ครอบครัวและชุมชน รวมทั้งผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองในช่วงเวลาของภาวะโรคและอาการได้อย่างเหมาะสม
