โครงการเพิ่มการเข้าถึงระบบการรักษาโรคหลอดเลือดด้วย Stroke/Stemi Alert ปีงบประมาณ 2566
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease หรือ CVD, Stroke) เป็นโรคอันตรายที่เป็นสาเหตุของการตายมากเป็นอันดับต้นของโลก โดยพบเป็นสาเหตุการตาย อันดับ 2 ของประชากรอายุมากกว่า 60 ปี และเป็นสาเหตุ การตายอันดับ 5 ของประชากรอายุมากกว่า 15 - 59 ปี ใน แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 6,000,000 คน จากสถิติกระทรวงสาธารณสุขปี พ.ศ. 2557 พบโรคหลอด เลือดสมองเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 3 ในประชากรไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในปี พ.ศ. 2557 พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 176,342 คน หรือคิดเป็น 3 คน ในทุก 2 ชั่วโมงโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular disease, stroke) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน (ischemic stroke) พบได้ร้อยละ 80 ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด และโรคหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) พบได้ร้อยละ 20 ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองมีแนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของ ประเทศไทยเนื่องจากเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและสูญเสียปีสุขภาวะ (disability adjusted life year) ในระดับต้นๆ โดยผู้ป่วย ที่รอดชีวิตมักมีความพิการหลงเหลืออยู่ จึงจำเป็นต้องมีระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างครบวงจร โดยเฉพาะในระยะเฉียบพลันที่จะสามารถลดอัตราตาย ลดอัตราความพิการ ลดภาวะแทรกซ้อน ส่งผลให้ลดความสูญเสียทาง เศรษฐกิจของครอบครัว สังคมและประเทศได้ อย่างไรก็ตาม โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยการควบคุม ปัจจัยเสี่ยง นอกจากนี้ถ้าป่วยด้วยโรคนี้แล้วได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว เหมาะสม ภายใต้ระบบการบริการที่มีมาตรฐานจะมีส่วนช่วยลดอัตราตายและความพิการได้ โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทย การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างครบวงจรโดยเฉพาะในระยะเฉียบพลันที่จะสามารถลดอัตราการตาย ลดความพิการ ลดภาวะแทรกซ้อน ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัวและประเทศชาติ ปัจจุบันแนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน ได้แก่การให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ (rt-PA) ในผู้ป่วยที่มีอาการภายใน4.5ชั่วโมงหลังเกิดอาการ การให้ยา แอสไพรินภายใน48ชั่วโมงหลังเกิดอาการ การดูแลรักษาในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke unit) การผ่าตัดเปิด กะโหลกศีรษะ (decompressivehemicreniectomy) ในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพและมีแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งการพัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะเน้นระบบการให้บริการและกระบวนการดูแลรักษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ดังนั้นการจัดระบบการให้บริการและกระบวนการดูแลรักษาให้มีมาตรฐานเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษา ที่ถูกต้องเหมาะสมนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ปัญหาและอุปสรรคของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจในระดับบุคคล พบว่ากลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การไม่ทราบ เกี่ยวกับภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน และ ภาวะไขมันในเลือดสูง และประชาชน รวมทั้ง กลุ่มเสี่ยงยังไม่มีความสนใจหรือเข้าใจในโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจอย่างลึกซึ้ง ที่ผ่านมาพบว่าแนวทางป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง มุ่งจัดการเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ขาดการประเมินผล หรือติดตามในระยะยาว การที่นำ ชุมชน เข้ามาร่วมดำเนินงานป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ยังพบค่อนข้างน้อย รูปแบบกิจกรรมที่เกิดจากชุมชนเองยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นการ พัฒนาระบบสุขภาพชุมชนในการป้องกันโรคดังกล่าว ทุกคนในชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญ ผู้นำชุมชนต้องเสียสละ ทำงานเพื่อส่วนรวม เปิดโอกาสเรียนรู้ ร่วมกัน พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเน้นการทำงานเชิงรุก ประสานการทำงานร่วมกับทุกคนในพื้นที่ เสริมหนุนให้กลุ่มเสี่ยง และสมาชิกครอบครัวสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจได้อย่างเหมาะสม โรงพยาบาลควนโดนจึงสนใจศึกษาสถานการณ์ ดังกล่าว เพื่อช่วยให้กลุ่มเสี่ยงและสมาชิกในครอบครัวที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลง มีความตระหนัก สามารถปฏิบัติตน ในการป้องกันโรคได้ถูกต้องโดยไม่ลุกลามเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ค้นหาศักยภาพการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนต่อไป จึงได้จัดทำโครงการเพิ่มการเข้าถึงระบบการรักษาโรคหลอดเลือดด้วย Stroke/Stemi Alert ปีงบประมาณ 2566 ขึ้น
-
วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษา 1.1 สถานการณ์ระบบสุขภาพชุมชนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยง 1) พฤติกรรมการป้องกันโรค บริบท ข้อจำกัด ปัญหาและอุปสรรคของกลุ่มเสี่ยง และ ครอบครัวในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจ 2) กิจกรรมการป้องกันโรค บริบท นโยบายแผนงานที่เกี่ยวข้อง ปัญหาและอุปสรรค บทบาทหน้าที่ของบุคคล และองค์กรที่เกี่ยวข้อง จุดอ่อนจุดแข็งของชุมชนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจ 2. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพชุมชน ในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจหลังดำเนินกิจกรรม 3.เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจรายใหม่ 4.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจเข้าถึงการรักษาภายใน 1-3 ชม.0.00
1.ร้อยละผู้ป่วยโรค Stroke/Stemi รายใหม่
2.ร้อยละผู้ป่วย Stroke/Stemi เข้าถึงการรักษาภายใน 1-3 ชม.
-
กลุ่มวัยทำงาน75
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการเพิ่มการเข้าถึงระบบการรักษาโรคหลอดเลือดด้วย Stroke/Stemi Alert ปีงบประมาณ 2566
- กิจกรรมหลัก
จัดกิจกรรมค้นหากลุ่มเสี่ยงโดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (Thai CVD risk score)
- ค่าตอบแทนวิทยากร (ไม่เบิก)
ค่าจัดทำแบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (Thai CVD risk score) ) เป็นเงิน 200 บาท
จัดการสนทนากลุ่มเพื่อศึกษาสถานการณ์ระบบสุขภาพชุมชนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงและผู้เกี่ยวข้อง ในประเด็น บริบทของชุมชนในด้านกายภาพ สังคม วัฒนธรรม โครงสร้าง องค์กรชุมชน พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจ ข้อจำกัด กิจกรรมการป้องกันโรค นโยบาย แผนงาน ระบบสนับสนุน ปัญหา อุปสรรค บทบาท หน้าที่บุคคล และองค์กรที่เกี่ยวข้อง (stakeholder analysis) ระดับบุคคล ครอบครัว และ ชุมชน จุดอ่อนจุดแข็ง
- ค่าจัดทำแบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง/แบบสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเงิน 250 บาท
- ค่าจัดทำแบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง/แบบสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเงิน 250 บาท
-จัดกิจกรรมประชุมเพื่อสะท้อน และคืนข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ระบบสุขภาพชุมชนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจของกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด กิจกรรม นโยบาย แผนงานที่เกี่ยวข้อง บทบาทหน้าที่ของบุคคลและ วิเคราะห์องค์กรที่เกี่ยวข้องในชุมชน (stakeholder analysis) รวมทั้งวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง ของกลุ่มเสี่ยง ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา จัดลำดับความสำคัญ และ วางแผนการดำเนินการเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ ชุมชนในป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยง ตามความต้องการของชุมชน โดยจัดประชุมกลุ่ม อย่างมีส่วนร่วมจำนวน 1 ครั้ง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 75 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,875 บาท
-จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง สมาชิกครอบครัวและอาสาสมัครสาธารณสุขรวม ในประเด็นหลัก 5 ประเด็น ได้แก่ 1) ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองที่ถูกต้อง 2) การดูแลตนเองในการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือด สูง 3) การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และ 4) การจัดการความเครียดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 5) Stroke/Stemi Alert
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวันจำนวน 60 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
-ค่าจัดทำสมุดประจำตัวการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรค จำนวน 120 เล่มๆละ 35 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
ชนิดกิจกรรม งบประมาณ
เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
-จัดประชุมกลุ่มผู้เกี่ยวข้องเพื่อติดตามแผนการดำเนินงาน รวมทั้งแนวทางการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจของชุมชน และให้สะท้อนถึงวิธีการปรับปรุงแก้ไขแผนเป็นระยะ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 75 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,875 บาท
รวม.......15,000.............................บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566- กิจกรรมหลัก
จัดกิจกรรมค้นหากลุ่มเสี่ยงโดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (Thai CVD risk score)
- ค่าตอบแทนวิทยากร (ไม่เบิก)
ค่าจัดทำแบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (Thai CVD risk score) ) เป็นเงิน 200 บาท
จัดการสนทนากลุ่มเพื่อศึกษาสถานการณ์ระบบสุขภาพชุมชนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงและผู้เกี่ยวข้อง ในประเด็น บริบทของชุมชนในด้านกายภาพ สังคม วัฒนธรรม โครงสร้าง องค์กรชุมชน พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจ ข้อจำกัด กิจกรรมการป้องกันโรค นโยบาย แผนงาน ระบบสนับสนุน ปัญหา อุปสรรค บทบาท หน้าที่บุคคล และองค์กรที่เกี่ยวข้อง (stakeholder analysis) ระดับบุคคล ครอบครัว และ ชุมชน จุดอ่อนจุดแข็ง
- ค่าจัดทำแบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง/แบบสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเงิน 250 บาท
- ค่าจัดทำแบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง/แบบสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นเงิน 250 บาท
-จัดกิจกรรมประชุมเพื่อสะท้อน และคืนข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ระบบสุขภาพชุมชนในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจของกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด กิจกรรม นโยบาย แผนงานที่เกี่ยวข้อง บทบาทหน้าที่ของบุคคลและ วิเคราะห์องค์กรที่เกี่ยวข้องในชุมชน (stakeholder analysis) รวมทั้งวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง ของกลุ่มเสี่ยง ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา จัดลำดับความสำคัญ และ วางแผนการดำเนินการเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ ชุมชนในป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยง ตามความต้องการของชุมชน โดยจัดประชุมกลุ่ม อย่างมีส่วนร่วมจำนวน 1 ครั้ง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 75 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,875 บาท
-จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง สมาชิกครอบครัวและอาสาสมัครสาธารณสุขรวม ในประเด็นหลัก 5 ประเด็น ได้แก่ 1) ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองที่ถูกต้อง 2) การดูแลตนเองในการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือด สูง 3) การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และ 4) การจัดการความเครียดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 5) Stroke/Stemi Alert
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวันจำนวน 60 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
-ค่าจัดทำสมุดประจำตัวการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรค จำนวน 120 เล่มๆละ 35 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
ชนิดกิจกรรม งบประมาณ
เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
-จัดประชุมกลุ่มผู้เกี่ยวข้องเพื่อติดตามแผนการดำเนินงาน รวมทั้งแนวทางการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจของชุมชน และให้สะท้อนถึงวิธีการปรับปรุงแก้ไขแผนเป็นระยะ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 75 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,875 บาท
รวม.......15,000.............................บาท
15000.00 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจที่ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น
2. เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพชุมชน ในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจหลังดำเนินกิจกรรม
3. เกิดความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่หลากหลายในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนอย่างยั่งยืน
