โครงการอบรมความรู้เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน
-
นางกรุณาวิสโยภาส
-
นายเสริมขวัญนุ้ย
-
นางนันทภรณ์รุยันต์
-
นางหนูพร้อมด้วงเอียด
-
นางสาวสิริรัตน์พรหมมินทร์
-
ร้อยละของประชาชนมีอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล20.00
ปัจจุบันสาธารณสุขของประเทศไทย ต้องพบเจอกับปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลมาหลายทศวรรษซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวผู้ป่วยและก่อให้เกิดปัญหาต่อประเทศชาติ เนื่องด้วยการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลนั้นอาจนำไปสู่ความล้มเหล้วทางด้านการรักษาหรืออาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากตัวยาที่ใช้กับผู้ป่วย เช่นการเกิดเชื้อดื้อยาที่เพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยและปัญหาต่อประเทศชาติ เช่น การสูญเสียเงินงบประมาณของประเทศชาติจากการใช้ยาเกินความจำเป็น ซึ่งสำหรับประเทศไทย พบว่า มูลค่าการบริโภคยาของคนไทยสูงขึ้นถึง 1.4 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่ใช้ยาเกินความจำเป็นถึง 2,370 ล้านบาท และกลุ่มการใช้ยาอย่างมีข้อสงสัยต่อประสิทธิภาพอีก 4,000 ล้านบาท อีกทั้งจากการสำรวจยังพบว่าปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลนั้นเกิดขึ้นในทุกระดับหน่วยการให้บริการ ตั้งแต่ระดับสถานพยาบาลจนถึงระดับชุมชน และจากองค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า ทั่วโลกมีการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลมากกว่าร้อยละ 50 ของการใช้ยา โดยปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลนั้นอาจเกิดได้จากทั้งผู้ให้บริการในการจ่ายยาและจากความคาดหวังที่จะได้รับยาปฏิชีวนะโดยตรงจากตัวผู้ป่วยเอง เนื่องจากผู้รับบริการอาจมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะไม่เพียงพอ เช่น ผุ้รับบริการเข้าใจว่ายาปฏิชีวนะมีความจำเป็นต่อการรักษาความเจ็บป่วยเกิดความรวดเร็วในการทุเลาของอาการ หรือแม่แต่ประสบการณ์เคยได้รับยาปฏิชีวนะจากอาการที่คล้ายกันจากครั้งก่อนๆ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการกำหนดและดำเนินการยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ว่าด้วยยุทธศาสตร์การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล โดยระบุในยุทธศาสตร์ว่า การใช้ยาโดยแพทย์ บุคลากรทางด้านสาธารณสุขและประชาชนจะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม ถูกต้องและคุ้มค่า เพื่อลดปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล ตามคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลกที่ว่า การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational drug use : RDU)คือ ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมและมีค่าใช้จ่ายต่อชุมชนและผู้ป่วยน้อยที่สุด จากปัญหาข้างต้นนี้ ได้มีการส่งผลกระทบโดยทั่วเกี่ยวกับการบริหารการจ่ายยาในผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการด้วยอาการเจ็บป่วยต่างๆ อีกทั้งยังมีพื้นฐานการเจ็บป่วยและโรคประจำตัวที่หลากหลายในหน่วยบริการซึ่งได้รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในแต่ละพื้นที่ ความสำคัญและติดตามอัตราการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลอย่างต่อเนื่องพบว่า จากรายงานการจ่ายยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขตอำเภอเมืองพัทลุง ในปีงบประมาณ 2565 พบว่ามีการใช้ยาปฏิชีวะนะในกลุ่มโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในผู้ป่วยนอก สูงเป็นอันดับ 4ของอำเภอเมืองพัทลุง จาก 24 แห่ง และมีการเลือกใช้บริการแพทย์ทางเลือกยาสมุนไพรสูงเพียงร้อยละ 12.34 คิดเป็นร้อยละ12.34คิดเป็นอันดับที่ 20 จาก 24 แห่ง และมีการเลือกใช้บริการของอำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งในปัจจุบันได้มีการรณรงค์สนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพรในหน่วยบริการเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วการจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยแต่ละรายย่อมต้องคำนึงถึงหลักการใช้ยาให้สมเหตุผลตามหลักการจ่ายยาที่ว่า ถูกคน ถูกโรค ถูกขนาด ถูกวิธี และถูกเวลา นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้วยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ซื้อยามารับประทานเอง จากการคาดการณ์อาการการเจ็บด้วยตัวเองหรืออาการที่คล้ายจากการเจ็บป่วยครั้งก่อนๆทั้งจากร้านขายยาหรือร้านค้าที่ไม่ได้ผ่านการตรวจรักษาอย่างเหมาะสมจากบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้น จากปัญหาข้างต้นทาง อสม.ต.ท่ามิหรำ รพ.สต.บ้านน้ำเลือด เทศบาลตำบลท่ามิหรำ และกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลท่ามิหรำ จึงเห็นความสำคํญของการให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนเพื่อสร้างองค์ความรู้ ความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างเหมาะสมในประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้แพทย์ทางเลือก ยาสมุนไพร การดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างถูกต้องเหมาะสม และลดการซื้อยารับประทานเองอย่างไม่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนในชุมชน
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผล20.0020.00
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผลเพิ่มมากขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนสามารถเลือกใช้บริการแพทย์ทางเลือก ยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้อง20.0020.00
กลุ่มเป้าหมายมีการเลือกใช้บริการแพทย์ทางเลือกยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้องเพิ่มมากขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเองและจากการเจ็บป่วยพื้นฐานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม20.0020.00
ประชาชนในชุมชนมีแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเองและจากการเจ็บป่วยพื้นฐานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมเพิ่ม
-
เพื่อลดอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผลแก่ประชาชนในชุมชน20.0020.00
อัตราการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่สมเหตุสมผลลดลง
-
เพื่อป้องกันการเกิดเชื้้อดื้อยาแก่ประชาชนในชุมชน20.0020.00
ไม่มีการเกิดเชื้อดื้อยาแก่ประชาชนในชุมชน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน
1.กิจกรรมโครงการอบรมความรู้เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชนจำนวน 200 คน
ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง x 600 บาท x 4 ครั้ง เป็นเงิน 7,200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 200 คน ๆละ 1 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
2.ให้ความรู้ผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้านอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และจัดทำเอกสารความรู้การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน
- จัดทำเอกสารแผนพับ จำนวน 4,000 หน้า ราคาหน้าละ 0.50 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566ประชาชนผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล
ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกใช้บริการแพทย์ทางเลือก ยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้อง
ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตนเองและจากการเจ็บป่วยพื้นฐานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
อัตราการใช้ยาและการจ่ายยาอย่างไม่สมเหตุสมผลลดลง
5.ประชาชนในชุมชนไม่เกิดเชื้อดื้อยา
14200.00 บาท
