โครงการส่งเสริมสุขภาพเกษตรกร ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ปี 2566
-
กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม
ประเทศไทยมีการปลูกยางพาราเป็นลำดับต้นๆ ของ โลก มีพื้นที่ในการกรีดยางพารา จำนวน 19.22 ล้านไร่ ภาคใต้มีพื้นที่ในการกรีดยางพารามากเป็นลำดับที่หนึ่ง ซึ่งอำเภอสุไหงปาดี มีพื้นที่ กรีดยางเป็นลำดับต้นๆ ของจังหวัดนราธิวาส จากการประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์ในงาน วิจัยที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกรมีความเสี่ยงสูงด้านการยศาสตร์ส่วนใหญ่จากท่าทางการกรีดยาง การทำยางแผ่น และการเก็บน้ำยาง (กวิสทรารินทร์ คะณะพันธ์ และคณะ, 2562) ซึ่งยังพบผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรที่เกิดจากลักษณะท่าทางที่ไม่เหมาะสม การทำงานที่มีการทำงานซ้ำๆ ภาระงานที่หนัก และสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อภาวะความผิดปกติ ทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ จากการรายงานพบว่า ตำแหน่งที่มีความถี่ของอาการปวดมากสุด 3 ลำดับต้น คือ มือและข้อมือ เข่า และหลังส่วนล่าง(กวิสทรารินทร์คะณะพันธ์ และคณะ, 2562) ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยในผู้ประกอบอาชีพกรีดยางพาราจังหวัดตรัง ที่พบอาการเหล่านี้ รุนแรงในช่วงงานหนัก (ณรงค์เบญสอาด และคณะ, 2547) จากการศึกษาการ เจ็บป่วยในแต่ละกลุ่มโรค ใน เกษตรกรปลูกพืชไร่ที่ขึ้นทะเบียนพบอุบัติการณ์ของการเจ็บ ป่วยสูงสุดในกลุ่มโรคระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ โดยส่วน ใหญ่แล้วเกษตรกรจะป่วยด้วยโรคปวดหลังส่วนล่าง ปวดคอ ปวดแขนปวดขา กล้ามเนื้ออักเสบ (สุนิสา ชายเกลี้ยง และ คณะ, 2562) เนื่องจากการป่วยที่เกิดขึ้นกับระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ นั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพเพียงเล็กน้อยที่ทำให้เกิดการ เจ็บป่วยในระยะยาวได้ ปัญหาสุขภาพที่พบส่วนใหญ่ของเกษตรกรมีปัญหาที่หลังส่วนล่าง รองลง มา คือมีอาการปวดเมื่อยบริเวณเข่า มีอาการปวดจนไม่สามารถทำงานได้(รัชนี จูมจี และคณะ,2560) ดังนั้น งานอาขีวอนามัย กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลสุไหงปาดี จึงได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพเกษตรกร ปี2566 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อในเกษตรกรต่อไป
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี้ยวโรคกระดูกและกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น20.00
ร้อยละ60ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี้ยวโรคกระดูกและกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถบริหารท่าออกกำลังกายลดการปวดในโรคกระดูกและกล้ามเนื้อได้20.00
ร้อยละ 60 ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถบริหารท่าออกกำลังกายลดการปวดในโรคกระดูกและกล้ามเนื้อได้
-
กลุ่มวัยทำงาน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ค่าตอบแทนวิทยากร ( ชั่วโมงละ 600 x 5 ชั่วโมง ) เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าป้ายไวนิลชื่อโครงการ ( ขนาด 1.20 เมตร x 2.40 เมตร ) เป็นเงิน 720 บาท - ค่าไวนิลให้ความรู้พร้อมขาตั้งลูมิเนียน 3000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน ( มื้อละ 60 บาท x 80 คน ) เป็นเงิน4,800 บาท
- ค่าอาหารว่าง ( มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อx80 คน ) เป็นเงิน4,800 บาท
- ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน ( ชุดละ 15x80 คน ) เป็นเงิน1,200 บาท
- ค่ากระเป๋าถุงผ้า ( ชุดละ 65x80 คน ) เป็นเงิน5,200 บาท รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น22,720บาท (-สองหมื่นสองพันเจ็ดร้อยยี่สิบบาทถ้วน-1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี้ยวโรคกระดูกและกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 60
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถบริหารท่าออกกำลังกายลดการปวดในโรคกระดูกและกล้ามเนื้อได้ ร้อยละ 60
22720.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี้ยวโรคกระดูกและกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถบริหารท่าออกกำลังกายลดการปวดในโรคกระดูกและกล้ามเนื้อได้
