โครงการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Remission service)
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก เป็นสาเหตุการเสียชีวิต 1ใน 5 ของ การเสียชีวิตทั้งหมด จากข้อมูล IDF Diabetes Atlas พบว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 537 ล้านคน เสียชีวิต มากกว่า 4 ล้านคนต่อปีคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มขึ้นมากถึง 783 ล้านคน สำหรับประเทศไทยจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 (ปี 2563) พบว่า ความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 8.9 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 9.5 ในปี 2563 และอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจาก ข้อมูล Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปีและมีผู้ป่วยสะสม 3.4 ล้านคน อีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 70 ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้และอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีทั้งนี้ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องตามแนวทางมาตรฐาน จะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระบบของร่างกายทั้งภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังอันนำไปสู่ ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านฝาละมี ได้แก่ โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากเป็นอันดับ 1 ของสถิติผู้ป่วยนอก และมีแนวโน้มจำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มมากขึ้น ในปี 2564พบผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 213 รายและปี 2565 จำนวน 227 รายเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.57 จากการทบทวนข้อมูลการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตั้งแต่ปี 2561-2565 ที่มารับบริการ พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (HbA1c < 7) ได้เพียงร้อยละ37.76, 30.18, 34.25, 31.1 และ 22.91 ตามลำดับ (ฐานข้อมูล HDC กระทรวงสาธารณสุข, 2566) จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2565 อัตราการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีลดลงอย่างน่ากังวล จากการลงพื้นที่ศึกษาสภาพปัญหาเชิงลึกที่เป็นสาเหตุและปัจจัยของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โดยวิธีสนทนากลุ่มและรายบุคคลในผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยนสะสมในเลือดไม่ได้ (HbA1c < 7) จำนวน 94 คน แล้วนำปัญหาที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความสำคัญ พบว่า ร้อยละ 93.89 มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านฝาละมี จึงเล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญ ของปัญหาดังกล่าว ในการจัดทำรูปแบบการจัดการโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละรายบุคคล โดยให้ผู้ป่วย ทำ Self-monitoring และบันทึกข้อมูลผ่าน โปรแกรมติดตามเยี่ยมบ้านในฐานข้อมูล Jhcis/MY PCU และแบบบันทึกการติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานตามรูปแบบโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) และนำมา Counseling วางแผนการรักษาพยาบาลให้สอดคล้อง กับวิถีชีวิตของผู้เป็นเบาหวานแต่ละบุคคล และมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Telemedicine พูดคุย สอบถามแนะนำทางโทรศัพท์ ลดการเดินทางมาโรงพยาบาลและประหยัดเวลาในการ รอคอย ส่งผลให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อลดความ รุนแรงและความเสี่ยงของโรค คาดหวังให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้เป็นเบาหวานอย่างยั่งยืน รวมถึงลดและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมุ่งสู่เบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้
-
เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ80.00
- มีโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding)
- อสม. SRRT NCD มีความรู้และความเข้าใจด้านการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
เพื่อให้กลุ่มผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีหยุดยาเบาหวานได้ (เข้าสู่ระยะสงบ)10.00
ร้อยละการเข้าสู่เบาหวานระยะสงบของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เป้าหมายอย่างน้อย 10 % ของผู้ป่วยรายใหม่
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) ของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ และคู่มือการดูแลตนเองที่บ้านฯ
จัดทำโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) ของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้
และจัดทำคู่มือการดูแลตนเองที่บ้านฯ - ค่าใช้จ่าย ในการจัดทำคู่มือ การดูแลตนเองที่บ้าน/ สมดประจำตัวคนไทยห่างไกล NCDs จำนวน 50 ชุด ๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท1 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568- รพ.สต. มีโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) ของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้
- มีทำคู่มือการดูแลตนเองที่บ้านฯ
5000.00 บาท - รพ.สต. มีโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) ของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้
-
จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ในการดำเนินงาน
จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ในการดำเนินงาน มีค่าใช้จ่ายดังนี้
จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล แสดงภาวะการเต้นของหัวใจได้ แบบอัตโนมัติจำนวน 2 เครื่องๆ ละ 4,500 บาท เป็นเงิน9,000 บาท
2.ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 1 เครื่อง เครื่องละ 2,700 บาท เป็นเงิน 2,700 บาท ( หมายเหตุ แถบตรวจน้ำตาล ขอสนับสนุนจาก รพ.ปากพะยูน)เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลแบบวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย2 เครื่องๆ ละ 6000 บาทเป็นเงิน 12,000 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568มีวัสดุ อุปกรณ์ในการดำเนินงาน ที่เพียงพอ
23700.00 บาท -
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน ความรู้เรื่องโรค เบาหวาน อาการ การจัดการโรคเบาหวาน แก่กลุ่ม อสม. SRRT NCD
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน ความรู้เรื่องโรค เบาหวาน อาการ การจัดการโรคเบาหวาน แก่กลุ่ม อสม. SRRT NCD
มีค่าใช้จ่าย ดังนี้ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าอบรม จำนวน 50 คน มื้อละ 70 บาท จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน 3,500 บาท
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรมจำนวน 50 คนมื้อละ 25 บาทจำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 2,500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
4 .ค่าจัดทำกระเป๋ายา สำหรับการเติมยา และนำยา มาตรวจสอบการกินยา จำนวน 50 คน ๆละ 70 บาทเป็นเงิน 3,500 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 เมษายน 2568ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้มีความรู้ และพฤติกรรมสุขภาพ ที่ถูกต้องมากกว่าร้อย 80
11300.00 บาท -
กิจกรรมติดตามเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ 2 ครั้ง ติดตามเยี่ยมบ้านโดย SRRT NCD 7 ครั้ง
กิจกรรมติดตามเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ 2 ครั้ง และติดตามเยี่ยมบ้านโดย SRRT NCD 7 ครั้ง
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ได้รับการเยี่ยมติดตามทุกราย
0.00 บาท -
ระยะติดตามและประเมินผล
ดูแลให้ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการติดตามเจาะติดตามน้ำตาลสะสมในเลือด
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ได้รับการเยี่ยมติดตามทุกราย
0.00 บาท
1.จำนวนผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารถลดยาได้และไม่เกิด Hypoglycemia เพิ่มขึ้น 2.ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยสามารถหยุดยาเบาหวานได้ และมีค่า HbA1C < 6.5% ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน 3.อสม. SRRT NCD มีความรู้และความเข้าใจด้านการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น
