โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อเข้าสู่เบาหวานระยะสงบ (DM Remission) รพ.สต.ทุ่งค่ายประจำปี2568
-
นางสาวสัทธรา นาทุ่งนุ้ย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจ (STROKE, STEMI) รวมถึงโรคไตวายเรื้อรัง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และเป็นสาเหตุของ การเสียชีวิต ความทุพพลภาพกับผู้ป่วย เนื่องจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ก่อให้หลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ทำให้อัตราการไหลเวียนเลือดในสมองลดลง เกิดสมองขาดเลือด ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น (Buenaflor,2017 อ้างถึงใน พรชัย จูลเมตต์, 2565, น. 22) มีรายงานว่าผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เพิ่มมากกว่าปกติ 2 - 6 เท่าและในผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 40 ตรวจพบ มีโรคเบาหวานร่วมด้วย (kleindorfer, 2021 อ้างถึงใน พรชัย จูลเมตต์, 2565, น. 22) ในปัจจุบันสำหรับการดำเนินงานด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหว พบว่าผู้ป่วยเบาหวายังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างสม่ำเสมอจากการติดตามเจาะเลือดสะสมย้อนหลังของผู้ป่วยทุก3เดือน 4ครั้งใน 1 ปีงบประมาณ 2567 ปรากฏว่าผู้ป่วยเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนรักษาเข้าคลินิกของรพ.สต.ทุ่งค่าย มีจำนวน 125 คนสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด จำนวน 15 คนคิดเป็นร้อยละ 12 และควบคุมน้ำตาลได้บ้างไม่ได้บ้าง จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 33.6 และควบคุมไม่ได้เลยจำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 54.4 (จากการติดตามเจาะเลือดผู้ป่วยหาค่าเลือดสะสมย้อนหลัง(HBA1C) ทุก 3 เดือนจำนวน 4ครั้ง ใน 1 ปีงบประมาณ 2567) รพ.สต.ทุ่งค่าย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานและมีความตระหนักในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเขียนโครงการเพื่อของบกองทุนตำบล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาดำเนินนการจัดกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่เบาหวานระยะสงบ (DM Remission)โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เน้น3อ2ส.เป็นหลักและการติดตามประเมินความก้าวหน้าของโรคเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาในอนาคตข้างหน้า
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน0.00
ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ในการปรับพฤติกรรมสุขภาพโดยปรับลักษณะการรับประทานอาหารแบบลดแคลลอรี่ 2:1:1 ผู้ป่วยรู้จักการรับประทานอาหารแบบแลกเปลี่ยน0.00
ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ ทำแบบทดสอบได้คะแนนร้อยละ 100
-
ผู้ป่วยเบาหวานลดการใช้ยา มีค่าน้ำตาลสะสม HB1C ต่ำกว่า 6.5 ต่อเนื่อง เกิด DM remission0.00
3.1 ร้อยละ 100 ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าอบรม สามารถลดการใช้ยาโรคเบาหวานได้
3.2 ร้อยละ 100 ของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าอบรม สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ HbA1C < 6.5 เข้าสู่เบาหวานระยะสงบ (DM remission) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือนโดยไม่ใช้ยา
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้ในการปรับพฤติกรรมตามแนวทางการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 คนละๆ 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆละ 80 บาท จำนวน 30 คน เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน 30 คน เป็นเงิน 2,100 บาท
- ค่าจัดทำคู่มือประกอบการอบรม เล่มละ 60 บาท จำนวน 30 เล่ม เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าแฟ้มใส่เอกสารแบบมีกระดุมและเครื่องเขียน จำนวน 30 ชุดๆละ 35 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
23 พฤษภาคม 2568 ถึง 23 พฤษภาคม 2568ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าอบรมความรู้ในการปรับพฤติกรรมตามแนวทางการสร้างสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง (ใช้เครื่องมือ 3 ส. 3 อ. 1น.) การปรับทัศนคติ ทำ Motivational Interviewing (MI)สร้างเป้าหมาย สร้างแรงจูงใจ เปลี่ยนความเชื่อเบาหวานหายได้โดยการปรับพฤติกรรมการกิน
11450.00 บาท -
ติดตามประเมินผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการในการปรับพฤติกรรมหลังรับการอบรมและเป็นผู้ป่วยที่มีแนวโน้มสามารถหยุดยาเบาหวานได้จำนวน 4 ราย19 มิถุนายน 2568 ถึง 20 สิงหาคม 2568
ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการเยี่ยมเพื่อเสริมพลัง เดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 ครั้ง เสริมพลังเสริมความรู้ ดังนี้ ครั้งที่ 1 ปรับการกิน อาหารเบาหวานและการนับคาร์ป และโปรตีน
ครั้งที่ 2 หลักการทำ Less Carb Freestyle Fasting: LCFF ครั้งที่ 3 เทคนิค “4 เสาสลายเบาหวาน” ครั้งที่ 4 การทำ SKT สมาธิ ครั้งที่ 5 - การจัดการอารมณ์
- ยาเบาหวาน
- ค่าน้ำตาล - แลกเปลี่ยนเรียนรู้
- พบแพทย์ ทีมสหวิชาชีพ ตอบข้อสงสัย0.00 บาท -
เจาะน้ำตาลในเลือดที่บ้าน สัปดาห์ละ3 วัน วันละ 2 ครั้ง(วันจันทร์,พุธ,ศุกร์) ก่อนอาหารเช้า และหลังอาหารเช้า 2 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 เดือน
- วัสดุอุปกรณ์เจาะเลือดที่บ้าน
1.1 เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือด จำนวน 4 เครื่องๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 8,000 บาท
1.2 แถบตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน 4 กล่องๆละ 1,050 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการเจาะน้ำตาลในเลือดที่บ้าน สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 2 ครั้ง (วันจันทร์,พุธ,ศุกร์) ก่อนอาหารเช้า และหลังอาหารเช้า 2 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 6 เดือน
12200.00 บาท - วัสดุอุปกรณ์เจาะเลือดที่บ้าน
1.1 เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือด จำนวน 4 เครื่องๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 8,000 บาท
-
เจาะ HbA1C ในระยะ 3 เดือน และ 6 เดือนหลังเข้าร่วมโครงการ ประเมินผลตรวจสุขภาพหลังอบรม 3 เดือน และ 6 เดือน
ไม่ใช้งบประมาณ
1 สิงหาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการเจาะเลือดตรวจที่ รพ.สต. ในระยะ 3 เดือน และ 6 เดือนหลังเข้าร่วมโครงการ ประเมินผลตรวจสุขภาพหลังอบรม 3 เดือน และ 6 เดือน ส่งตรวจที่โรงพยาบาลย่านตาขาวตามสิทธิฯ
0.00 บาท
- ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเบาหวานร้อยละ 100
- ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ไม่เกิน 110 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น) ร้อยละ100
- ผลการเจาะน้ำตาลสะสมในเลือด(ค่า HBA1C ไม่เกิน 6.5) เดือนที่ 3 และเดือนที่ 6มีค่าน้อยกว่า 7 ร้อยละ100
