โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
นายสามัน ดอเลาะ
-
นางอามีเร๊าะ เจ๊ะเกาะอูเซ็ง
-
นางสาวซาลิสา สะแลแม
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีการเข้าถึงข้อมูลและการรักษาไม่เพียงพอ ผู้ป่วยมักมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่ดี การขาดการออกกำลังกาย และการไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ ซึ่งอาจทำให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้นและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแลค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ของประชาชนประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถึชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทาง โภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียดทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุ การนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำาบลตะบิ้ง ในปีงบประมาณ 2567พบว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิต จำนวน 113 คนผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 20 คนผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 18 คน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมระดับความดันโลหิตได้100 คน คิดเป็นร้อยละ 88.50ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือดได้ 16 คน คิดเป็นร้อยละ 80 และจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่ม ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน1,117 คนพบว่ามีกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน239 คนคิดเป็นร้อยละ 21.40 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยในตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยใช้วิธีการให้ความรู้และสนับสนุนการปฏิบัติตนเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
-
1. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในตำบลตะบิ้งมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ60.00
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ร้อยละ 60
-
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกาย0.00
การติดตามการบันทึกพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายของผู้ป่วย
-
3. เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
ผู้ป่วยสามารถควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เกี่ยวกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เช่น สาเหตุ อาการ และวิธีการดูแลตนเอง โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาบรรยาย
1.1 ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 1 มื้อ สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน 70 คนๆ
ละ 60 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
1.2 ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 2 มื้อ สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน 70 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
1.3 ค่าป้ายโครงการฯ 1 x 3 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
1.4 คู่มือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จำนวน 60 ชุดๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1.5 ค่าวิทยากร 1 ท่าน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท 1 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 256813950.00 บาท -
2. กิจกรรมคัดกรองภาวะแทรกซ้อน (ตรวจตา ไต เท้า โรคหัวใจและหลอดเลือด) ในผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง จากทีมงานโรงพยาบาลแม่ข่าย
2.1 ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 1 มื้อ สำหรับทีมงานคัดกรองภาวะแทรกซ้อนจากโรงพยาบาลแม่ข่าย
จำนวน 5 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 300 บาท
2.2 ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 2 มื้อ สำหรับทีมงานคัดกรองภาวะแทรกซ้อนจากโรงพยาบาลแม่ข่าย จำนวน 5 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 300 บาท
2.3 ค่าเดินทางสำหรับทีมงานจากโรงพยาบาลแม่ข่าย เป็นเงิน 300 บาท
2.4 อุปกรณ์ตรวจเท้า จำนวน 2 เครื่องๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 25681900.00 บาท -
3. กิจกรรมสาธิตการออกกำลังกายโดยนักกายภาพ
3.1 ค่าวิทยากร 1 ท่าน 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท 1 วัน เป็นเงิน 1,200 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 25681200.00 บาท -
4. สาธิตอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
4.1 ค่าจัดซื้อสื่อการสอน และวัสดุอุปกรณ์ประกอบโครงการ เป็นเงิน 2,000 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 25682000.00 บาท -
5. ติดตามผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงหลังเข้าร่วมโครงการ
ติดตามผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงหลังเข้าร่วมโครงการ โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพ เช่น การวัดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตในช่วงเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ
5.1 เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 1,550 บาท
5.2 เครื่องวัดความดันโลหิตสูงแบบพกพาจำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 1,550 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 25683100.00 บาท
- ผู้ป่วยมีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสมในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้เหมาะสมและออกกำลังกายที่บ้านได้เอง
- ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมโรคได้ดี
