โครงการพัฒนาระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน ตำบลนิคมพัฒนา ปี ๒๕๖๑
ปัจจุบันสถานการณ์การบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชุมชนครอบคลุมทุกเพศทุกวัยมีรูปแบบหลากหลายทั้งยาอาหารเสริม เครื่องสำอางและเครื่องมือแพทย์กล่าวอ้างสรรพคุณโอ้อวดเป็นเท็จ เกินความจริง โดยกลยุทธ์หลักคือการโฆษณา กระตุ้นความต้องการ อยากลอง อยากใช้ ให้เกิดความเชื่อถือศรัทธา ต่อผลิตภัณฑ์ เมื่อผู้ใช้หลงเชื่อถึงขั้นศรัทธาแล้ว เป็นการยากที่จะเปลี่ยนทัศนคติให้เข้าใจสิ่งที่ถูกต้องได้การโฆษณา ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งทางวิทยุชุมชน โทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมรถเร่ใบปลิวป้ายสื่อสิ่งพิมพ์ การขายตรงโดยสื่อบุคคลที่น่าเชื่อถือ ตามกลุ่มเป้าหมายของสินค้า นอกจากนี้ยังเสริมด้วยกลยุทธ์สร้างการยอมรับจากสังคมเช่น ตั้งราคาผลิตภัณฑ์ให้สูง แสดงถึงฐานะผู้ใช้และทัศนคติ ของดี ราคาย่อมแพง เป็นผู้นำสมัยเป็นต้นในขณะที่ภาครัฐทั้งบุคลากรระเบียบ หลักเกณฑ์และกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายบางอย่างล้าสมัยและไม่ครอบคลุม บางประเด็นปัญหาไม่มีกฎหมายรองรับการป้องกัน แก้ไข และประการสำคัญ ผู้ดำเนินการในระดับชุมชนไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเดียว จำเป็นต้องใช้มาตรการทางสังคมและหลักรัฐศาสตร์ ดำเนินการควบคู่ไปด้วยซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานเฝ้าระวังด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนของตำบลนิคมพัฒนา ในรอบปี 2559 พบว่าในชุมชนยังมีผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งอาหารเครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ปลอดภัยจำหน่ายในชุมชนกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอาหารถึงแม้จะผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด แต่ก็ยังมีประเด็นที่ต้องปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐานที่สูงขึ้นอีกหลายประเด็น ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลนิคมพัฒนา จึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนขึ้น เพื่อพัฒนาระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนโดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนและอย.น้อยเป็นเครือข่ายดำเนินงาน ภายใต้การสนับสนุนจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคระดับตำบล เน้นการใช้มาตรการทางสังคมควบคู่ไปกับมาตรการทางกฎหมาย
-
1.เพื่อพัฒนาระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนให้มีประสิทธิภาพ 2.เพื่อดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนให้มีความปลอดภัยต่อการบริโภค3.เพื่อพัฒนาสถานประกอบการทางด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหารให้ผ่านมาตรฐานที่กำหนด0.00
มีเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน จำนวน 9 หมู่ๆบ้านละ 3 คน รวม 27 คน
มีเครือข่าย อย.น้อย โรงเรียนละ 10 คน จำนวน 5 โรงเรียน รวม 50 คน
-
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ขั้นวางแผนและเตรียมงาน - เขียนโครงการและเสนอโครงการเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการขั้นตอนการดำเนินงาน 2.ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - จัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ชุดทดสอบผลิตภัณฑ์ - อบรมให้ความรู้เรื่องสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง ทดสอบสารต้องห้ามในเคร
กิจกรรมที่ 1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนตามเกณฑ์มาตรฐานกรมศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 9 หมู่บ้านๆ ละ 3 คน รวม 27 คน จำนวน 1 วัน
ค่าวิทยากร จำนวน 6 ช.ม X 600 บาท X 1 วัน เป็นเงิน 3,6๐0 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 27 คน X 2 มื้อ X ๒๕ บาท เป็นเงิน 1,350 บาท
ค่าอาหารกลางวันจำนวน 27 คน X 1 มื้อ X 60 บาท เป็นเงิน 1,620 บาท
ค่าจัดทำเอกสารในการอบรมจำนวน 27 ชุด X 30 บาท เป็นเงิน 810 บาท
ค่าชุดทดสอบสารปนเปื้อนที่ใช้ในการตรวจผลิตภัณฑ์ เป็นเงิน 23,240 บาท
รวมเป็นเงิน 30,620 บาท
กิจกรรมที่ 2 จัดอบรมหลักสูตรอย.น้อยให้กับผู้นำนักเรียน จำนวน 5 โรงเรียนๆ ละ 10 คน รวม 50 คน จำนวน 1 วัน
ค่าวิทยากร จำนวน 6 ช.ม X 600 บาท X 1 วัน เป็นเงิน 3,6๐0 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน X 2 มื้อ X ๒๕ บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าอาหารกลางวันจำนวน 50 คน X 1 มื้อ X 60 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าจัดทำเอกสารในการอบรมจำนวน 50 ชุด X 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
รวมเป็นเงิน 10,600 บาท
กิจกรรมที่ 3 จัดระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังด้านทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคในทุกหมู่บ้าน
ค่าจัดทำป้ายศูนย์เฝ้าระวังด้านทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคในทุกหมู่บ้าน จำนวน 9 ป้าย X 300บาท เป็นเงิน 2,700 บาท
รวมเป็นเงิน 2,700 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 43,920 บาท ( สี่หมื่นสามพันเก้าร้อยยี่สิบบาทถ้วน
ถึง43920.00 บาท
ประชาชนได้บริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยและได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และเกิดระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางด้านคุ้มครองผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์สุขภาพของชุมชนที่มีประสิทธิภาพที่ต่อเนื่องภายใต้กลไกขับเคลื่อนคู่กันระหว่างมาตรการทางสังคมและมาตรการทางกฎหมายอันจะนำไปสู่การพึ่งตนเองได้ทางสุขภาพอย่างแท้จริงในอนาคต
