โครงการส่งเสริมความรู้และปรับพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิต
โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญโดยมีความชุกและอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในชุมชนเมืองและในชนบท สอดคล้องกับข้อมูลผู้ป่วยโรคความดันโลหิต โรคเบาหวานทางรพ.สต.บ้านปิเหล็ง ที่เพิ่มขึ้นทุกปี จากกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือกลุ่มเสี่ยง
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สูบบุหรี่ ไขมันในเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ขาดการอกกำลังกาย ภาวะอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญและพบบ่อยของโรคหลอดเลือดสมอง การค้นหาผู้มีปัจจัยเสี่ยง และควบคุมการรักษา ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ จากการสอบถามข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 พบว่าประชาชน35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปิเหล็งพบว่าประชาชนร้อยละ 60 มีพฤติกรรมทานหวาน เค็ม มันเป็นประจำอย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์การบริโภคอาหารไม่ถูกสัดส่วน และขาดการออกกำลังกายเป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวล้วนส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ได้มากยิ่งขึ้นอีกทั้งในกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ที่ไม่สามารถคุมได้ก็ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้งทางตา ไต เท้า สมอง หัวใจหลอดเลือดตีบหรือแตกในสมอง ทำให้เป็นอัมพาต จะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆการรักษาพยาบาล รวมทั้งสูญเสียอวัยวะ และความพิการซึ่งเกิดขึ้นได้มากกว่าคนปกติเช่นกัน
ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปิเหล็งและองค์การบริหารส่วนตำบลมะรือโบออกเห็นความสำคัญเพื่อป้องกันและลดกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด จึงได้จัดโครงการส่งเสริมความรู้และปรับพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิต โดยมีกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงติดตามผลการปรับพฤติกรรมต่อเนื่องที่บ้าน โดยทีมอาสามัครสาธารณสุข(อสม.) เพื่อประเมินผลการดูแลตนเองของกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในชุมชน อีกทั้งทีม อสม.ดังกล่าวจะได้รับการฟื้นฟูทักษะการวัดความดันโลหิต การเจาะเลือดเบาหวานจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกิจกรรมโครงการครั้งนี้ด้วย
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิต มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเอง100.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ได้รับการอบรมให้ความรู้
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้รับการปรับพฤติกรรมและติดตามผลการปรับพฤติกรรมต่อเนื่องติดต่อกัน 3 เดือนโดยอสม.100.00
ร้อยละ 80 กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้รับการปรับพฤติกรรมและติดตามผลการปรับพฤติกรรมต่อเนื่องติดต่อกัน 3 เดือนโดยอสม.
-
อสม.ทุกคนได้รับการฟื้นฟูทักษะวัดความดันโลหิต และการเจาะเบาหวาน100.00
ร้อยละ 100 อสม.ทุกคนได้รับการฟื้นฟูทักษะวัดความดันโลหิต และการเจาะเบาหวาน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ความดันโลหิต หัวใจและหลอดเลือดแก่กลุ่มเสี่ยง
1.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 100 คน x 60 บาท X 1 มื้อเป็นเงิน 6,000 บาท 2.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มจำนวน 100 คน x 25 บาท X 2 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท 3.ค่าป้ายไวนิล จำนวน 1 ใบขนาด 1X2 ตร.ม. เป็นเงิน 500 บาท เป็นเงิน 11,500 บาท
ถึงทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโรคเบาหวานและความดันโลหิต
11500.00 บาท -
ฟื้นฟูทักษะ
อสม.ทุกคนฟื้นฟูทักษะการวัดความดันโลหิต การเจาะเลือดเบาหวาน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และติดตามผลการปรับพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงจำนวน 4 ครั้ง
ถึงทำให้ อสม.มีทักษะในการวัดความดันโลหิต การเจาะเลือดเบาหวานแก่กลุ่มเสี่ยงในชุมชน
0.00 บาท -
ติดตาม
จัดทำแผนการติดตามกลุ่มเสี่ยงที่บ้านโดยอสม./อาทิตย์ละ 1 วัน จำนวนติดต่อกัน 3 เดือน จำนวน 4 ครั้ง 1.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มจำนวน 59 คน x 25 บาท X 4 มื้อ
เป็นเงิน 5,900 บาทถึงทำให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
5900.00 บาท -
สรุปผล
สรุปผลการปรับพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ความดันโลหิต
ถึง0.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ได้รับการอบรมให้ความรู้ 2.กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้รับการปรับพฤติกรรมและติดตามผล 3.อสม.ทุกคนได้รับการฟื้นฟูทักษะวัดความดันโลหิต และการเจาะเบาหวาน
