โครงการหมู่บ้านสะพานหมาก ร่วมใจไร้พุง ปีงบประมาณ 2563
ผลการสำรวจชุมชนหมู่ที่ 1 บ้านสะพานหมาก ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ร่วมกับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 8-25 ตุลาคม พ.ศ.2562 ในรายวิชาเวชศาสตร์ชุมชน พบปัญหาสุขภาพของชุมชน คือ ความชุกของประชากรในชุมชนบ้านสะพานหมากอายุ 15 ปีขึ้นไปมีความชุกของโรคอ้วนลงพุง ร้อยละ 52.4 ซึ่งสูงกว่าความชุกระดับประเทศที่สำรวจปี พ.ศ. 2557 อยู่ที่ร้อยละ 39.1ซึ่งปัญหาดังกล่าวสอดคล้องกับผลการทำประชาคม ที่ประชาชนได้ให้ความสำคัญในเรื่องโรคอ้วนลงพุง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรได้รับการแก้ไขเป็นอันดับที่สองรองจากโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งได้เคยทำโครงการเกี่ยวกับการให้ความรู้ด้านโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน ในช่วงเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำโครงการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและผู้นำชุมชน หมู่ที่ 1 บ้านสะพานหมากจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาด้านโรคอ้วนลงพุง อันเป็นโรคที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกาย และปัญหาสุขภาพจิต ทำให้ความสามารถในการปฏิบัติงานที่ลดลง เกิดความทุพลภาพหรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ “หมู่บ้านสะพานหมาก ร่วมใจไร้พุง”โดยเป็นการบูรณาการให้ความรู้ควบคู่ไปกับการนำเสนอวิธีการเพิ่มกิจกรรมทางกาย เพื่อลดอุบัติการณ์และภาวะแทรกซ้อนจากโรคอ้วนลงพุง และสามารถนำโครงการไปปรับใช้กับพื้นที่อื่น ที่พบปัญหาคล้ายคลึงกันต่อไป
-
1.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนลงพุงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม40.00
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ≥ ร้อยละ 80 มีคะแนนแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนลงพุง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น
≥ ร้อยละ 20
-
2.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติต่อโรคอ้วนลงพุงมากขึ้น100.00
ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 100 มีคะแนนทัศนคติต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดภาวะอ้วนลงพุงหลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น
-
3.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติตนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อลดโรคอ้วนลงพุงได้ถูกต้อง100.00
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติกิจกรรมการฝึกทักษะด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันและรักษาภาวะอ้วน
ลงพุงได้ถูกต้องร้อยละ 100
-
กลุ่มวัยทำงาน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.การให้ความรู้เรื่องโรคอ้วนลงพุง 2.การจัดกิจกรรมฝึกทักษะด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันและรักษาภาวะอ้วนลงพุง
- ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมโครงการ ขนาด 2.4 x 1.2 เมตร
จำนวน 2 ป้ายๆละ500 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าอุปกรณ์ให้ความรู้การจัดทำโครงการ
-ค่าโปสเตอร์สี พิมพ์ข้อมูลความรู้ออกกำลังกาย 50 แผ่น ๆละ60 บาท เป็นเงิน 3,000บาท
-ค่าแผ่นพับให้ความรู้โภชนาการ
50 แผ่นๆละ 1 บาท เป็นเงิน 50 บาท
-ค่าฟิวเจอร์บอร์ดสื่อด้านโภชนาการ
5แผ่นๆละ50 บาท เป็นเงิน 250 บาท
- ค่ายางยืด ทำอุปกรณ์ทำอุปกรณ์
10 ถุงๆละ 20 เป็นเงิน 200 บาท
3.ค่าป้ายไวนิลความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันและรักษาภาวะอ้วนลงพุงจำนวน 6ป้ายๆละ 500 บาท เป็นเงิน 3,000บาท
รวมเป็นเงิน 7,500บาท(เงินเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)
20 มิถุนายน 2563 ถึง 20 กันยายน 25631.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ≥ ร้อยละ 80 มีคะแนนแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนลงพุง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น
≥ ร้อยละ 20
2.ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 100 มีคะแนนทัศนคติต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดภาวะอ้วนลงพุงหลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น
3.ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติกิจกรรมการฝึกทักษะด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันและรักษาภาวะอ้วน
ลงพุงได้ถูกต้องร้อยละ 100
- มีการสร้างแนวทางร่วมกันเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดโรคอ้วนลงพุงในหมู่บ้าน
7500.00 บาท - ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมโครงการ ขนาด 2.4 x 1.2 เมตร
1.คนในชุมชนมีความตระหนักถึงปัญหาของโรคอ้วนลงพุงมากขึ้น 2.คนในชุมชนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดโรคและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนลงพุงมากขึ้น 3.อุบัติการณ์ผู้ป่วยโรคอ้วนลงพุงและภาวะน้ำหนักเกินในชุมชนมีปริมาณน้อยลง 4.เกิดกลุ่มหรือมีแกนนำในการออกกำลังกายประจำในหมู่บ้านหลังผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาด COVID 19
